Biz-Siamภาษาไทย

第3章 所得税:通则与个人所得税

税法典 · 第2编 税务厅征收的税种 · หมวด 3 ภาษีเงินได้ (มาตรา 38–64) · 第 38–64 条

ภาษาไทย
译文仅供参考,以泰文原文为准。中文译文为机器翻译,未经人工校对。

第 38 条

มาตรา 38 ภาษีเงินได้นี้อยู่ในประเภทภาษีอากรประเมิน และให้เจ้าพนักงานประเมินเป็นผู้ประเมินเกี่ยวกับภาษีในหมวดนี้

第38条 本所得税属于评定税种,并由评税官负责评定本章项下的税款

第 39 条

มาตรา 39 ในหมวดนี้ เว้นแต่ข้อความจะแสดงให้เห็นเป็นอย่างอื่น

"เงินได้พึงประเมิน" หมายความว่า เงินได้อันเข้าลักษณะพึงเสียภาษีในหมวดนี้ เงินได้ที่กล่าวนี้ให้หมายความรวมตลอดถึงทรัพย์สิน หรือประโยชน์อย่างอื่นที่ได้รับซึ่งอาจคิดคำนวณได้เป็นเงิน เงินค่าภาษีอากรที่ผู้จ่ายเงินหรือผู้อื่นออกแทนให้สำหรับเงินได้ประเภทต่าง ๆ ตามมาตรา 40 และเครดิตภาษีตามมาตรา 47 ทวิ ด้วย

(พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 1) พ.ศ. 2527 ใช้บังคับ 1 ม.ค. 2528 เป็นต้นไป)

“บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลในเครือเดียวกัน” หมายความว่า บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลตั้งแต่สองนิติบุคคลขึ้นไปซึ่งมีความสัมพันธ์กันในลักษณะ ดังต่อไปนี้

第39条 在本章中,除非文义另有规定

“应税所得”是指属于本章应纳税性质的所得;所述所得还应包括可折算为金钱的财产或其他利益、支付方或他人为第40条规定的各类所得代为缴纳的税款,以及第47条之二规定的税收抵免。

(经1984年紧急法令(第1号)修订,自1985年1月1日起施行)

“同一集团内的公司或法人合伙”是指两个或两个以上具有如下关系的法人公司或法人合伙:

(1) ผู้ถือหุ้นหรือผู้เป็นหุ้นส่วนเกินกว่ากึ่งจำนวนผู้ถือหุ้นหรือผู้เป็นหุ้นส่วนในนิติบุคคลหนึ่ง เป็นผู้ถือหุ้นหรือเป็นหุ้นส่วนเกินกว่ากึ่งจำนวนผู้ถือหุ้นหรือผู้เป็นหุ้นส่วนในอีกนิติบุคคลหนึ่ง

(1) 一家法人实体的股东或合伙人中超过半数的人,同时也是另一家法人实体中超过半数的股东或合伙人。

(2) ผู้ถือหุ้นหรือผู้เป็นหุ้นส่วนซึ่งถือหุ้นหรือเป็นหุ้นส่วนในนิติบุคคลหนึ่งมีมูลค่าเกินกว่าร้อยละห้าสิบของทุนทั้งหมด ถือหุ้นหรือเป็นหุ้นส่วนในอีกนิติบุคคลหนึ่งมีมูลค่าเกินกว่าร้อยละห้าสิบของทุนทั้งหมด

(2) 在一家法人实体中持股或作为合伙人的股东或合伙人,其持股或合伙价值超过总资本的百分之五十,同时在另一家法人实体中持股或作为合伙人的股东或合伙人,其持股或合伙价值也超过总资本的百分之五十。

(3) นิติบุคคลหนึ่งถือหุ้นหรือเป็นหุ้นส่วนในอีกนิติบุคคลหนึ่งเกินกว่าร้อยละห้าสิบของทุนทั้งหมด หรือ

(3) 一家法人实体在另一家法人实体中持股或作为合伙人的比例超过总资本的百分之五十,或者

(4) บุคคลเกินกว่ากึ่งจำนวนกรรมการหรือผู้เป็นหุ้นส่วนซึ่งมีอำนาจจัดการในนิติบุคคลหนึ่ง เป็นกรรมการหรือเป็นผู้เป็นหุ้นส่วนซึ่งมีอำนาจจัดการในอีกนิติบุคคลหนึ่ง

“ปีภาษี” หมายความว่า ปีประดิทิน

(พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 16) พ.ศ. 2502 ใช้บังคับสำหรับเงินได้ปีภาษี 2502 เป็นต้นไป)

“บริษัทจดทะเบียน” หมายความว่า บริษัทจดทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

“บริษัทจัดการกิจการลงทุน” หมายความว่า บริษัทหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการจัดการลงทุนตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมกิจการค้าขายอันกระทบถึงความปลอดภัยหรือผาสุกแห่งสาธารณชน

“กองทุนรวม” (ยกเลิก)

(ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 52) พ.ศ. 2562 ให้ใช้บังคับ ตั้งแต่วันที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2562 เป็นต้นไป)

“บริษัทเงินทุน” หมายความว่า บริษัทเงินทุนหรือบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมกิจการค้าขายอันกระทบถึงความปลอดภัยหรือผาสุกแห่งสาธารณชน

(ประกาศของคณะปฏิวัติ (ฉบับที่ 10) ใช้บังคับสำหรับเงินได้ที่ต้องยื่นใน พ.ศ. 2520 เป็นต้นไป)

“บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล” หมายความว่า บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศ และให้หมายความรวมถึง

(4) 一家法人实体中超过半数的董事或具有管理权限的合伙人,同时是另一家法人实体的董事或具有管理权限的合伙人。

“纳税年度”是指公历年度。

(经1959年法案(第16号)修订,自1959年纳税年度起施行)

“上市公司”是指根据泰国证券交易法注册的公司。

“投资管理公司”是指根据关于控制影响公众安全或福祉之贸易业务的法律,获准从事投资管理业务的证券事务公司。

“证券投资基金” (废止)

(由1969年修订税法典法案(第52号)废止,自2019年8月20日起施行)

“金融公司”是指根据关于控制影响公众安全或福祉之贸易业务的法律所规定的金融公司或信贷公司。

(革命委员会公告(第10号)适用于1977年及以后须申报的所得)

“公司或法人合伙”是指根据泰国法律成立的公司或法人合伙,或根据外国法律成立的公司或法人合伙,并应包括:

(1) กิจการซึ่งดำเนินการเป็นทางค้าหรือหากำไรโดยรัฐบาลต่างประเทศ องค์การของรัฐบาลต่างประเทศ หรือนิติบุคคลอื่นที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศ

(1) 由外国政府、外国政府机构或其他根据外国法律成立的法人实体以贸易或营利方式经营的业务

(2) กิจการร่วมค้า ซึ่งได้แก่ กิจการที่ดำเนินการร่วมกันเป็นทางค้าหรือหากำไรระหว่างบริษัทกับบริษัท บริษัทกับห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลกับห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือระหว่างบริษัทและ/หรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลกับบุคคลธรรมดา คณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือนิติบุคคลอื่น

(พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2521 ใช้บังคับ 31 ธ.ค. 2521 เป็นต้นไป)

(2) 合营企业,指公司与公司、公司与法人合伙、法人合伙与法人合伙,或公司和/或法人合伙与自然人、非法人团体、普通合伙或其它法人之间,以商业或营利为目的共同开展的业务。

(经1978年紧急法令(第5号)修订,自1978年12月31日起施行)

(3) มูลนิธิหรือสมาคมที่ประกอบกิจการซึ่งมีรายได้ แต่ไม่รวมถึงมูลนิธิหรือสมาคมที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดตามมาตรา 47 (7) (ข)

(พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 25) พ.ศ. 2525 ใช้บังคับ 3 ก.ค. 2525 เป็นต้นไป)

(3/1) กองทุนรวมที่เป็นนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศ

(แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 52) พ.ศ. 2562 ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2562 เป็นต้นไป)

(3) 开展业务并具有收入的基金会或协会,但不包括财政部长根据第47条(7)(b)款所公告规定的基金会或协会。

(经1982年法案(第25号)修订,自1982年7月3日起施行)

(3/1) 根据泰国法律或根据外国法律设立的法人性质的集合基金。

(经2019年法案修订《税法典》(第52号),自2019年8月20日起施行)

(4) นิติบุคคลที่อธิบดีกำหนดโดยอนุมัติรัฐมนตรี และประกาศในราชกิจจานุเบกษา

(พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 14) พ.ศ. 2529 ใช้บังคับ 1 ก.พ. 2529 เป็นต้นไป)

"คณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล" หมายความว่า บุคคลตั้งแต่สองคนขึ้นไปตกลงกระทำการร่วมกันอันมิใช่เป็นห้างหุ้นส่วนสามัญ

(พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 39) พ.ศ. 2557 ณ วันที่ 26 ธันวาคม 2557)

"ขาย" หมายความรวมถึง ขายฝาก แลกเปลี่ยน ให้ โอนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในอสังหาริมทรัพย์ไม่ว่าด้วยวิธีใด และไม่ว่าจะมีค่าตอบแทนหรือไม่แต่ไม่รวมถึง

(4) 经财政部长批准并公告于政府公报的由税务厅厅长规定的法人。

(经1986年紧急法令(第14号)修订,自1986年2月1日起施行)

“非法人团体”是指两个或两个以上的人员约定共同从事非普通合伙行为。

(经2014年法案(第39号)修订,于2014年12月26日)

“销售”包括以任何方式进行的售卖、交换、赠与、转让不动产的所有权或占有权,无论是否有对价,但不包括:

(1) ขาย แลกเปลี่ยน ให้ หรือโอนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในอสังหาริมทรัพย์ให้แก่ส่วนราชการ หรือรัฐวิสาหกิจที่มิใช่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และราคาหรือมูลค่าตามที่กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา

(1) 根据敕令规定的标准、条件及价格或价值,将不动产的所有权或占有权销售、交换、赠与或转让给政府部门或非公司或法人合伙性质的国有企业。

(2) การโอนโดยทางมรดกให้แก่ทายาทซึ่งกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในอสังหาริมทรัพย์

" ราคาขาย" หมายความรวมถึง ราคาที่เจ้าพนักงานประเมินกำหนดตามมาตรา 49 ทวิ

"สิทธิครอบครอง" หมายความถึง สิทธิครอบครองในการถือครองอสังหาริมทรัพย์

(พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 9) พ.ศ. 2525 ใช้บังคับ 27 ก.พ. 2525 เป็นต้นไป)

(2) 因继承而将不动产的所有权或占有权转让给继承人。

“销售价格”包括税务评税官根据第49条之二规定的价格。

“占有权”指持有不动产的占有权。

(经1982年紧急法令(第9号)修订,自1982年2月27日起施行)

第 40 条

มาตรา 40 เงินได้พึงประเมินนั้นคือ เงินได้ประเภทดังต่อไปนี้ รวมตลอดถึงเงินค่าภาษีอากรที่ผู้จ่ายเงินหรือผู้อื่นออกแทนให้สำหรับเงินได้ประเภทต่าง ๆ ดังกล่าว ไม่ว่าในทอดใด

第40条 应税所得是指下列类型的所得,包括支付人或他人为上述各类所得代为支付的税款,无论经过多少手。

(1) เงินได้เนื่องจากการจ้างแรงงานไม่ว่าจะเป็นเงินเดือน ค่าจ้าง เบี้ยเลี้ยง โบนัส เบี้ยหวัด บำเหน็จ บำนาญ เงินค่าเช่าบ้าน เงินที่คำนวณได้จากมูลค่าของการได้อยู่บ้านที่นายจ้างให้อยู่โดยไม่เสียค่าเช่า เงินที่นายจ้างจ่ายชำระหนี้ใด ๆ ซึ่งลูกจ้างมีหน้าที่ต้องชำระ และเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์ใด ๆ บรรดาที่ได้เนื่องจากการจ้างแรงงาน

(1) 因雇佣劳务而产生的所得,无论是薪金、工资、津贴、奖金、退休金、酬金、养老金、住房补贴、按雇主提供免费住房之价值计算的金额、雇主代为偿还的雇员负有偿还义务的任何债务,以及因雇佣劳务而获得的所有金钱、财产或任何利益。

(2) เงินได้เนื่องจากหน้าที่หรือตำแหน่งงานที่ทำหรือจากการรับทำงานให้ ไม่ว่าจะเป็นค่าธรรมเนียม ค่านายหน้า ค่าส่วนลด เงินอุดหนุนในงานที่ทำ เบี้ยประชุม บำเหน็จ โบนัส เงินค่าเช่าบ้าน เงินที่คำนวณได้จากมูลค่าของการได้อยู่บ้านที่ผู้จ่ายเงินได้ให้อยู่โดยไม่เสียค่าเช่า เงินที่ผู้จ่ายเงินได้จ่ายชำระหนี้ใด ๆ ซึ่งผู้มีเงินได้มีหน้าที่ต้องชำระ และเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์ใด ๆ บรรดาที่ได้เนื่องจากหน้าที่หรือตำแหน่งงานที่ทำหรือจากการรับทำงานให้นั้น ไม่ว่าหน้าที่หรือตำแหน่งงานหรืองานที่รับทำให้นั้นจะเป็นการประจำหรือชั่วคราว

(2) 因所从事的职责或职位或因承接工作而产生的所得,无论是佣金、中介费、折扣、工作补贴、会议费、酬金、奖金、住房补贴、按所得支付人提供免费住房之价值计算的金额、所得支付人代为偿还的所得人负有偿还义务的任何债务,以及因所从事的职责或职位或因承接工作而获得的所有金钱、财产或任何利益,无论该职责、职位或承接的工作是常设的还是临时的。

(พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 13) พ.ศ. 2527 ใช้บังคับ 1 ม.ค. 2528 เป็นต้นไป)

(经1984年紧急法令(第13号)修订,自1985年1月1日起施行)

(3) ค่าแห่งกู๊ดวิลล์ ค่าแห่งลิขสิทธิ์ หรือสิทธิอย่างอื่น เงินปีหรือเงินได้มีลักษณะเป็นเงินรายปีอันได้มาจากพินัยกรรม นิติกรรมอย่างอื่น หรือคำพิพากษาของศาล

(3) 商誉价值、版权价值或其他权利价值,因遗嘱、其他法律行为或法院判决而获得的年金或具有年金性质的所得。

(พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 16) พ.ศ. 2502 ใช้บังคับปีภาษี 2502 เป็นต้นไป)

(经1959年法案(第16号)修订,自1959纳税年度起施行)

(4) เงินได้ที่เป็น

(4) 属于下列类型的所得:

(ก) ดอกเบี้ยพันธบัตร ดอกเบี้ยเงินฝาก ดอกเบี้ยหุ้นกู้ ดอกเบี้ยตั๋วเงิน ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมไม่ว่าจะมีหลักประกันหรือไม่ ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมที่อยู่ในบังคับต้องถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายตามกฎหมายว่าด้วยภาษีเงินได้ปิโตรเลียมเฉพาะส่วนที่เหลือจากถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายตามกฎหมายดังกล่าว หรือผลต่างระหว่างราคาไถ่ถอนกับราคาจำหน่ายตั๋วเงินหรือตราสารแสดงสิทธิในหนี้ที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือนิติบุคคลอื่นเป็นผู้ออกและจำหน่ายครั้งแรกในราคาต่ำกว่าราคาไถ่ถอน รวมทั้งเงินได้ที่มีลักษณะทำนองเดียวกันกับดอกเบี้ย ผลประโยชน์หรือค่าตอบแทนอื่น ๆ ที่ได้จากการให้กู้ยืมหรือจากสิทธิเรียกร้องในหนี้ทุกชนิดไม่ว่าจะมีหลักประกันหรือไม่ก็ตาม

(a) 债券利息、存款利息、公司债券利息、票据利息、无论是否有担保的贷款利息,根据石油所得税法规定须被预扣税的贷款利息中扣除该法规定之预扣税后的剩余部分,或票据或由公司或法人合伙或其他法人首次发行并以低于赎回价格出售的债权凭证之赎回价格与销售价格之间的差额,包括与利息性质相同、因贷款或因各类债权(无论是否有担保)而获得的收益或其他报酬。

(พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 29) พ.ศ. 2534 ใช้บังคับ 7 พ.ย. 2534 เป็นต้นไป)

(经1991年紧急法令(第29号)修订,自1991年11月7日起施行)

(ข) เงินปันผล เงินส่วนแบ่งของกำไร หรือประโยชน์อื่นใดที่ได้จากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือสถาบันการเงินที่มีกฎหมายโดยเฉพาะของประเทศไทยจัดตั้งขึ้นสำหรับให้กู้ยืมเงินเพื่อส่งเสริมเกษตรกรรม พาณิชยกรรม หรืออุตสาหกรรม เงินปันผลหรือเงินส่วนแบ่งของกำไรที่อยู่ในบังคับต้องถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่าย ตามกฎหมายว่าด้วยภาษีเงินได้ปิโตรเลียมเฉพาะส่วนที่เหลือจากถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายตามกฎหมายดังกล่าว

(b) 从公司或法人合伙,或根据泰国专门法律设立用于贷款以促进农业、商业或工业的金融机构处获得的股息、利润分配或任何其他利益;根据石油所得税法规定须被预扣税的股息或利润分配,仅指扣除该法律规定的预扣税后的剩余部分

(แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 52) พ.ศ. 2562 ให้ใช้บังคับ ตั้งแต่วันที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2562 เป็นต้นไป ) <!--

(经2019年修订《税法典》法案(第52号)修订,自2019年8月20日起施行)

เพื่อประโยชน์ในการคำนวณเงินได้ตามวรรคหนึ่ง ในกรณีที่บุตรชอบด้วยกฎหมายที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะเป็นผู้มีเงินได้ และความเป็นสามีภริยาของบิดาและมารดาได้มีอยู่ตลอดปีภาษี ให้ถือว่าเงินได้ของบุตรดังกล่าวเป็นเงินได้ของบิดา แต่ถ้าความเป็นสามีภริยาของบิดาและมารดามิได้มีอยู่ตลอดปีภาษี ให้ถือว่าเงินได้ของบุตรดังกล่าวเป็นเงินได้ของบิดาหรือของมารดาผู้ใช้อำนาจปกครอง หรือของบิดาในกรณีบิดามารดาใช้อำนาจปกครองร่วมกัน

为了计算第一款项下的应税所得,若未成年合法子女为所得人,且父亲与母亲在整个纳税年度内保持夫妻关系,则应将该子女的所得视为父亲的所得;但若父亲与母亲在整个纳税年度内未保持夫妻关系,则应将该子女的所得视为行使监护权的父亲或母亲的所得,或者在父母共同行使监护权的情况下视为父亲的所得

ความในวรรคสองให้ใช้บังคับกับบุตรบุญธรรมที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะซึ่งเป็นผู้มีเงินได้ด้วยโดยอนุโลม

第二款之规定亦比照适用于未成年且为所得人的养子女

(พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2523 ใช้บังคับปีภาษี 2523 เป็นต้นไป)

(经1980年紧急法令(第6号)修订,自1980纳税年度起施行)

(ค) เงินโบนัสที่จ่ายแก่ผู้ถือหุ้น หรือผู้เป็นหุ้นส่วนในบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล

(c) 向公司或法人合伙的股东或合伙人支付的奖金

(ง) เงินลดทุนของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลเฉพาะส่วนที่จ่ายไม่เกินกว่ากำไรและเงินที่กันไว้รวมกัน

(d) 公司或法人合伙的减资款,仅指支付部分不超过利润与公积金总和的部分

(จ) เงินเพิ่มทุนของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลซึ่งตั้งจากกำไรที่ได้มาหรือเงินที่กันไว้รวมกัน

(e) 公司或法人合伙的增资款,该增资系由已获得的利润或公积金总和组成

(ฉ) ผลประโยชน์ที่ได้จากการที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลควบเข้ากัน หรือรับช่วงกัน หรือเลิกกัน ซึ่งตีราคาเป็นเงินได้เกินกว่าเงินทุน

(f) 因公司或法人合伙合并、接管或解散而获得的利益,且其评估为应税所得的部分超过资本金的部分

(ช) ผลประโยชน์ที่ได้จากการโอนการเป็นหุ้นส่วน โอนหน่วยลงทุน หรือโอนหุ้น หุ้นกู้ พันธบัตร หรือตั๋วเงิน หรือตราสารแสดงสิทธิในหนี้ที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลหรือนิติบุคคลอื่นเป็นผู้ออก รวมทั้งเงินได้จากการขายคืนหน่วยลงทุนให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่เป็นกองทุนรวม ทั้งนี้ เฉพาะซึ่งตีราคาเป็นเงินได้เกินกว่าที่ลงทุน

(g) 因转让合伙权益、转让投资单位,或转让股票、公司债券、债券或票据,或转让由公司、法人合伙或其他法人发行的债务权利凭证而获得的利益,包括向作为集合基金的公司或法人合伙赎回投资单位所得的收入,且仅指其评估为应税所得的部分超过投资成本的部分

(แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 52) พ.ศ. 2562 ให้ใช้บังคับ ตั้งแต่วันที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2562 เป็นต้นไป)

(经2019年修订《税法典》法案(第52号)修订,自2019年8月20日起施行)

--> (ซ) เงินส่วนแบ่งของกำไร หรือผลประโยชน์อื่นใดในลักษณะเดียวกันที่ได้จากการถือหรือครอบครองโทเคนดิจิทัล

(h) 因持有或占有数字代币而获得的利润分配或任何其他性质相同的利益

(ฌ) ผลประโยชน์ที่ได้รับจากการโอนคริปโทเคอร์เรนซีหรือโทเคนดิจิทัล ทั้งนี้ เฉพาะซึ่งตีราคาเป็นเงินได้เกินกว่าที่ลงทุน

(i) 因转让加密货币或数字代币而获得的利益,且仅指其评估为应税所得的部分超过投资成本的部分

(พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 19) พ.ศ. 2561 ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 14 พฤษภาคม 2561 เป็นต้นไป)

(经2018年紧急法令(第19号)修订,自2018年5月14日起施行)

(5) เงินหรือประโยชน์อย่างอื่นที่ได้เนื่องจาก

(5) 因下列原因而获得的金钱或其他利益

(ก) การให้เช่าทรัพย์สิน

(a) 财产租赁

(ข) การผิดสัญญาเช่าซื้อทรัพย์สิน

(b) 违反财产融资租赁合同

(ค) การผิดสัญญาซื้อขายเงินผ่อนซึ่งผู้ขายได้รับคืนทรัพย์สินที่ซื้อขายนั้นโดยไม่ต้องคืนเงินหรือประโยชน์ที่ได้รับไว้แล้ว

(c) 违反分期付款买卖合同,导致卖方收回所交易之财产,且无需退还已收取的款项或利益的情况

在

ในกรณี (ก) ถ้าเจ้าพนักงานประเมินมีเหตุอันควรเชื่อว่า ผู้มีเงินได้แสดงเงินได้ต่ำไปไม่ถูกต้องตามความเป็นจริง เจ้าพนักงานประเมินมีอำนาจประเมินเงินได้นั้นตามจำนวนเงินที่ทรัพย์สินนั้นสมควรให้เช่าได้ตามปกติ และให้ถือว่าจำนวนเงินที่ประเมินนี้เป็นเงินได้พึงประเมินของผู้มีเงินได้ ในกรณีนี้จะอุทธรณ์การประเมินก็ได้ ทั้งนี้ ให้นำบทบัญญัติว่าด้วยการอุทธรณ์ตามส่วน 2 หมวด 2 ลักษณะ 2 มาใช้บังคับโดยอนุโลม

(a) 项情形下,若评税官有合理理由相信所得人申报的所得金额低于实际真实情况,评税官有权按该财产通常应得的租赁金额来评定该所得,并应将此评定金额视为所得人的应税所得。在此情形下,亦可对该评定进行复议。同时,比照适用第二部分第二章第二类关于复议之规定

在

(b) 项及

ในกรณี (ข) และ (ค) ให้ถือว่าเงินหรือประโยชน์ที่ได้รับไว้แล้วแต่วันทำสัญญาจนถึงวันผิดสัญญาทั้งสิ้น เป็นเงินได้พึงประเมินของปีที่มีการผิดสัญญานั้น

(c) 项情形下,应将自签订合同之日起至违约之日止所收取的全部款项或利益,视为违约当年之应税所得

(พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 16) พ.ศ. 2502 ใช้บังคับปีภาษี 2502 เป็นต้นไป)

(经1959年法案(第16号)修订,自1959纳税年度起施行)

(6) เงินได้จากวิชาชีพอิสระ คือวิชากฎหมาย การประกอบโรคศิลป วิศวกรรม สถาปัตยกรรม การบัญชี ประณีตศิลปกรรม หรือวิชาชีพอิสระอื่นซึ่งจะได้มีพระราชกฤษฎีกากำหนดชนิดไว้

(6) 来自自由职业的所得,即法律、医疗、工程、建筑、会计、美术或其他将由敕令规定其种类的自由职业所得

(7) เงินได้จากการรับเหมาที่ผู้รับเหมาต้องลงทุนด้วยการจัดหาสัมภาระในส่วนสำคัญนอกจากเครื่องมือ

(7) 来自承揽的所得,即承揽人除工具外,须通过筹措主要材料进行投资的所得

(8) เงินได้จากการธุรกิจ การพาณิชย์ การเกษตร การอุตสาหกรรม การขนส่ง หรือการอื่นนอกจากที่ระบุไว้ใน (1) ถึง (7) แล้ว

(8) 来自商业、贸易、农业、工业、运输或除

(1) 至

(7) 项所列明之外的其他业务所得

(พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 10) พ.ศ. 2496 ใช้บังคับปีภาษี 2496 เป็นต้นไป)

(经1953年法案(第10号)修订,自1953纳税年度起施行)

เงินค่าภาษีอากรตามวรรคหนึ่ง ถ้าผู้จ่ายเงินหรือผู้อื่นออกแทนให้สำหรับเงินได้ประเภทใด ไม่ว่าทอดใด หรือในปีภาษีใดก็ตาม ให้ถือเป็นเงินได้ประเภทและของปีภาษีเดียวกันกับเงินได้ที่ออกแทนให้นั้น

第一款所述之税款,若付款人或他人为任何类型的所得、无论经由何种环节或在任何纳税年度代为支付,应视为与该代付所得相同类型的所得,且属于同一纳税年度

(พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 13) พ.ศ. 2527 ใช้บังคับ 1 ม.ค. 2528 เป็นต้นไป)

(经1984年紧急法令(第13号)修订,自1985年1月1日起施行)

第 40之二 条

มาตรา 40 ทวิ ผู้ใดส่งสินค้าออกไปต่างประเทศให้แก่หรือตามคำสั่งของสำนักงานใหญ่ สาขา ตัวการ ตัวแทน นายจ้าง หรือลูกจ้างให้ถือว่าการที่ได้ส่งสินค้าไปนั้นเป็นการขายในประเทศไทยด้วย และให้ถือราคาสินค้าตามราคาตลาดในวันที่ส่งไปเป็นเงินได้พึงประเมินในปีที่ส่งไปนั้น

ความในวรรคก่อนมิให้ใช้บังคับในกรณีที่สินค้านั้น

第40条之二 任何人向境外发送货物给总部、分行、委托人、代理人、雇主或雇员,或根据其指令发送货物,应视为该货物发送行为亦是在泰国境内的销售,且应以发送之日的市场价格作为该发送年度的应税所得。

前款规定不适用于下列货物情形:

(1) เป็นของที่ส่งไปเป็นตัวอย่างหรือเพื่อการวิจัยโดยเฉพาะ

(1) 系专门作为样品或用于研究目的而发送的货物

(2) เป็นของผ่านแดน

(2) 系过境货物

(3) เป็นของที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรแล้วส่งกลับออกไปให้ผู้ส่งเข้ามาภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่สินค้านั้นเข้ามาในราชอาณาจักร

(3) 系已进口至王国境内后,在货物进入王国之日起一年内,发回给原进口人的货物

(4) เป็นของที่ส่งออกไปนอกราชอาณาจักรแล้วส่งกลับคืนเข้ามาให้ผู้ส่งในราชอาณาจักรภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่ส่งสินค้าออกไปนอกราชอาณาจักร

(พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 16) พ.ศ. 2502 ใช้บังคับปีภาษี 2502 เป็นต้นไป)

(4) 系已发送至王国境外后,在货物发送至王国境外之日起一年内,发回给王国境内原发送人的货物

(经1959年法案(第16号)修订,自1959纳税年度起施行)

第 41 条

มาตรา 41 ผู้มีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 ในปีภาษีที่ล่วงมาแล้วเนื่องจากหน้าที่งานหรือกิจการที่ทำในประเทศไทย หรือเนื่องจากกิจการของนายจ้างในประเทศไทย หรือเนื่องจากทรัพย์สินที่อยู่ในประเทศไทย ต้องเสียภาษีตามบทบัญญัติในส่วนนี้ไม่ว่าเงินได้นั้นจะจ่ายในหรือนอกประเทศ

ผู้อยู่ในประเทศไทยมีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 ในปีภาษีที่ล่วงมาแล้วเนื่องจากหน้าที่งานหรือกิจการที่ทำในต่างประเทศ หรือเนื่องจากทรัพย์สินที่อยู่ในต่างประเทศ ต้องเสียภาษีเงินได้ตามบทบัญญัติในส่วนนี้เมื่อนำเงินได้พึงประเมินนั้นเข้ามาในประเทศไทย

ผู้ใดอยู่ในประเทศไทยชั่วระยะเวลาหนึ่งหรือหลายระยะรวมเวลาทั้งหมดถึงหนึ่งร้อยแปดสิบวันในปีภาษีปีใด ให้ถือว่าผู้นั้นเป็นผู้อยู่ในประเทศไทย

(พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2494 ใช้บังคับปีภาษี 2494 เป็นต้นไป)

第41条 因在泰国境内从事的工作或业务、因雇主在泰国的业务、或因位于泰国的财产,而在已过去的纳税年度内获得第40条规定的应税所得者,须根据本部分之规定缴纳税款,无论该所得是在境内还是境外支付。

在已过去的纳税年度内,因在境外从事的工作或业务、或因位于境外的财产,而获得第40条规定的应税所得的在泰居住者,在将该应税所得带入泰国时,须根据本部分之规定缴纳所得税。

凡在任何纳税年度内,在泰国境内停留期间累计达一百八十天的任何人,应视为该人在泰国居住。

(经1951年法案(第8号)修订,自1951年纳税年度起施行)

第 41之二 条

มาตรา 41 ทวิ ในกรณีการโอนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในอสังหาริมทรัพย์โดยไม่มีค่าตอบแทน ให้ถือว่าผู้โอนเป็นผู้มีเงินได้และต้องเสียภาษีตามบทบัญญัติในส่วนนี้

(พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 9) พ.ศ. 2525 ใช้บังคับ 27 ก.พ. 2525 เป็นต้นไป)

第41条之二 在无偿转让不动产所有权或占有权的情况下,应视为转让人为所得人,并须根据本部分之规定缴纳税款

第41/2条 在无偿转让不动产所有权或占有权的情况下,应视为转让人为所得人,并须根据本部分之规定缴纳税款

(经1982年紧急法令(第9号)修订,自1982年2月27日起施行)

第 42 条

มาตรา 42 เงินได้พึงประเมินประเภทต่อไปนี้ ให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้

(1) ค่าเบี้ยเลี้ยง หรือค่าพาหนะซึ่งลูกจ้าง หรือผู้รับหน้าที่หรือตำแหน่งงาน หรือผู้รับทำงานให้ได้จ่ายไปโดยสุจริตตามความจำเป็นเฉพาะในการที่ต้องปฏิบัติการตามหน้าที่ของตนและได้จ่ายไปทั้งหมดในการนั้น

(2) ค่าพาหนะและเบี้ยเลี้ยงเดินทางตามอัตราที่รัฐบาลกำหนดไว้โดยพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยอัตราค่าพาหนะและเบี้ยเลี้ยงเดินทาง

(3) เงินค่าเดินทางซึ่งนายจ้างจ่ายให้ลูกจ้างเฉพาะส่วนที่ลูกจ้างได้จ่ายทั้งหมดโดยจำเป็นเพื่อการเดินทางจากต่างถิ่นในการเข้ารับงานเป็นครั้งแรก หรือในการกลับถิ่นเดิมเมื่อการจ้างได้สิ้นสุดลงแล้ว แต่ข้อยกเว้นนี้มิให้รวมถึงเงินค่าเดินทางที่ลูกจ้างได้รับในการกลับถิ่นเดิมและในการเข้ารับงานของนายจ้างเดิมภายในสามร้อยหกสิบห้าวันนับแต่วันที่การจ้างครั้งก่อนได้สิ้นสุดลง

(พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 16) พ.ศ. 2502 ใช้บังคับปีภาษี 2503 เป็นต้นไป)

(4) ในกรณีที่นายจ้างและลูกจ้างได้ทำสัญญากันโดยสุจริตก่อนใช้พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ พุทธศักราช 2475 มีข้อกำหนดว่านายจ้างจะชำระเงินบำเหน็จ เงินค่าธรรมเนียม เงินค่านายหน้า หรือเงินโบนัสให้แก่ลูกจ้างเป็นจำนวนเดียวเมื่อการงานที่จ้างได้สิ้นสุดลงแล้ว แม้เงินเต็มจำนวนนั้นจะได้ชำระภายหลังที่ใช้บทบัญญัติในส่วนนี้ก็ดี เงินบำเหน็จ เงินค่าธรรมเนียม เงินค่านายหน้า หรือเงินโบนัสส่วนที่เป็นค่าจ้างแรงงานอันได้ทำในเวลาก่อนใช้พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ พุทธศักราช 2475 นั้น ไม่ต้องรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้

(5) เงินเพิ่มพิเศษประจำตำแหน่ง และเงินค่าเช่าบ้าน หรือบ้านที่ให้อยู่โดยไม่ต้องเสียค่าเช่า สำหรับข้าราชการสถานทูตหรือสถานกงสุลไทยในต่างประเทศ

(6) เงินได้จากการขาย หรือส่วนลดจากการซื้ออากรแสตมป์ หรือแสตมป์ไปรษณียากรของรัฐบาล

(7) เบี้ยประชุมกรรมาธิการหรือกรรมการหรือค่าสอน ค่าสอบที่ทางราชการหรือสถานศึกษาของทางราชการจ่ายให้

(8) ดอกเบี้ยดังต่อไปนี้

(ก) ดอกเบี้ยสลากออมสินหรือดอกเบี้ยเงินฝากออมสินของรัฐบาลเฉพาะประเภทฝากเผื่อเรียก

(ข) ดอกเบี้ยเงินฝากประเภทออมทรัพย์ที่ได้รับจากสหกรณ์

(ค) ดอกเบี้ยเงินฝากธนาคารในราชอาณาจักรที่ต้องจ่ายคืนเมื่อทวงถามประเภทออมทรัพย์เฉพาะกรณีที่ผู้มีเงินได้ได้รับดอกเบี้ยดังกล่าวในจำนวนรวมกันทั้งสิ้นไม่เกินหนึ่งหมื่นบาทตลอดปีภาษีนั้น ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกำหนด

(พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 29) พ.ศ. 2534 ใช้บังคับ 7พ.ย. 2534 เป็นต้นไป)

(9) การขายสังหาริมทรัพย์อันเป็นมรดก หรือสังหาริมทรัพย์ที่ได้มาโดยมิได้มุ่งในทางการค้าหรือหากำไร แต่ไม่รวมถึงเรือกำปั่น เรือที่มีระวางตั้งแต่หกตันขึ้นไป เรือกลไฟ หรือเรือยนต์ที่มีระวางตั้งแต่ห้าตันขึ้นไปหรือแพ

(พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 9) พ.ศ. 2525 ใช้บังคับ 27 ก.พ. 2525 เป็นต้นไป)

(10) เงินได้ที่ได้รับจากการรับมรดก

(พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 40) พ.ศ. 2558) (10) เงินได้ที่ได้รับจากการอุปการะโดยหน้าที่ธรรมจรรยา เงินได้ที่ได้รับจากการรับมรดก หรือจากการให้โดยเสน่หาเนื่องในพิธีหรือตามโอกาสแห่งขนบธรรมเนียมประเพณี

(ยกเลิก) --> (11) รางวัลเพื่อการศึกษาหรือค้นคว้าในวิทยาการ รางวัลสลากกินแบ่ง หรือสลากออมสินของรัฐบาล รางวัลที่ทางราชการจ่ายให้ในการประกวดหรือแข่งขันซึ่งผู้รับมิได้มีอาชีพในการประกวดหรือแข่งขัน หรือสินบนรางวัลที่ทางราชการจ่ายให้เพื่อประโยชน์ในการปราบปรามการกระทำความผิด

(พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 16) พ.ศ. 2502 ใช้บังคับสำหรับปีภาษี 2503 เป็นต้นไป) (12) บำนาญพิเศษ บำเหน็จพิเศษ บำนาญตกทอด หรือบำเหน็จตกทอด (13) ค่าสินไหมทดแทนเพื่อละเมิด เงินที่ได้จากการประกันภัย หรือการฌาปนกิจสงเคราะห์ (14) เงินส่วนแบ่งของกำไรจากห้างหุ้นส่วนสามัญหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล ซึ่งต้องเสียภาษีตามบทบัญญัติในส่วนนี้ แต่ไม่รวมถึงเงินส่วนแบ่งของกำไรจากกองทุนรวม

(ยกเลิกโดย พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 39) พ.ศ. 2557 ณ วันที่ 26 ธันวาคม 2557) (15) เงินได้ของชาวนาที่ได้จากการขายข้าวอันเกิดจากกสิกรรมที่ตนและหรือครอบครัวได้ทำเอง

(พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 18) พ.ศ. 2504 ใช้บังคับสำหรับเงินได้ปีภาษี 2505 เป็นต้นไป) (16) เงินได้ที่ได้รับจากกองมรดกซึ่งต้องเสียภาษีตามความในมาตรา 57 ทวิ (17) เงินได้ตามที่จะได้กำหนดยกเว้นโดยกฎกระทรวง

(พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 10) พ.ศ. 2496 ใช้บังคับสำหรับเงินได้ปีภาษี 2496 เป็นต้นไป) (18) รางวัลสลากบำรุงกาชาดไทย เงินได้จากการขายหรือส่วนลดจากการซื้อสลากบำรุงกาชาดไทย

(ประกาศของคณะปฏิวัติ (ฉบับที่ 206) พ.ศ. 2515) (19) ดอกเบี้ยที่ได้รับตามมาตรา 4 ทศ

(ประกาศของคณะปฏิวัติ (ฉบับที่ 206) พ.ศ. 2515 ใช้บังคับสำหรับเงินได้ปีภาษี 2515 เป็นต้นไป) (20) (ยกเลิกโดย พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 26) พ.ศ.2525 มาตรา 5 ตั้งแต่ 28 ส.ค. 2525 เป็นต้นไป) (21) (ยกเลิกโดย พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 29) พ.ศ. 2534 มาตรา 6 ตั้งแต่ 7 พ.ย. 2534 เป็นต้นไป) (22) (ยกเลิกโดย พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 14) พ.ศ.2529 มาตรา 8 ตั้งแต่ 1 ก.พ. 2529เป็นต้นไป) (23) (ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 52) พ.ศ. 2562 ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2562 เป็นต้นไป) (24) (ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 52) พ.ศ. 2562 ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2562 เป็นต้นไป)

(ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 52) พ.ศ. 2562 ให้ใช้บังคับ ตั้งแต่วันที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2562 เป็นต้นไป)

(พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 27) พ.ศ. 2533 ใช้บังคับ 3 ก.ย. 2533 เป็นต้นไป) (26) เงินได้จากการโอนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในอสังหาริมทรัพย์โดยไม่มีค่าตอบแทนให้แก่บุตรชอบด้วยกฎหมายซึ่งไม่รวมถึงบุตรบุญธรรม เฉพาะเงินได้จากการโอนให้แก่บุตรชอบด้วยกฎหมายนั้น ในส่วนที่ไม่เกินยี่สิบล้านบาทต่อบุตรหนึ่งคนตลอดปีภาษีนั้น

(พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 43) พ.ศ. 2559 ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559 เป็นต้นไป) (27) เงินได้ที่ได้รับจากการอุปการะหรือจากการให้โดยเสน่หาจากบุพการี ผู้สืบสันดาน หรือคู่สมรส เฉพาะเงินได้ในส่วนที่ไม่เกินยี่สิบล้านบาทตลอดปีภาษีนั้น (28) เงินได้ที่ได้รับจากการอุปการะโดยหน้าที่ธรรมจรรยาหรือจากการให้โดยเสน่หาเนื่องในพิธีหรือตามโอกาสแห่งขนบธรรมเนียมประเพณี ทั้งนี้ จากบุคคลซึ่งมิใช่บุพการี ผู้สืบสันดาน หรือคู่สมรสเฉพาะเงินได้ในส่วนที่ไม่เกินสิบล้านบาทตลอดปีภาษีนั้น (29) เงินได้ที่ได้รับจากการให้โดยเสน่หาที่ผู้ให้แสดงเจตนาหรือเห็นได้ว่ามีความประสงค์ให้ใช้เพื่อประโยชน์ในกิจการศาสนา กิจการศึกษา หรือกิจการสาธารณประโยชน์ ตามหลักเกณฑ์ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง

(พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 40) พ.ศ. 2558)

第42条 以下类型的应税所得,应予豁免,无需纳入计算缴纳个人所得税

(1) 雇员、受托人、职位持有者或受雇人,为履行其职责之必要,诚实支付的差旅补贴或交通费,且该等费用已全部用于该项职责履行。

(2) 根据政府通过关于交通费及差旅补贴标准的敕令所规定的标准的交通费及差旅补贴。

(3) 雇主支付给雇员的差旅费,仅限雇员为首次前往异地入职或在雇佣关系终止后返回原籍地而必须支付的全部费用;但此项豁免不包括雇员在原雇佣关系终止之日起三百六十五日内,为返回原籍地或为原雇主入职而收到的差旅费。

(经1959年法案(第16号)修订,自1960纳税年度起施行)

(4) 若雇主与雇员在1932年个人所得税法案实施前已诚实签订合同,其中规定雇主将在雇佣工作结束时向雇员一次性支付酬金、手续费、佣金或奖金,纵使该全额款项是在本部分条款实施后才支付,则该等在1932年个人所得税法案实施前所达成的、属于劳务报酬部分的酬金、手续费、佣金或奖金,无需纳入计算缴纳个人所得税。

(5) 派驻海外的泰国大使馆或领事馆官员的职位特别津贴、住房补贴,或由其提供的免租住房。

(6) 出售政府印花税或邮票所得的收益,或购买政府印花税或邮票获得的折扣。

(7) 政府或政府教育机构支付的委员会或董事会议酬金、讲课费、考试费。

(8) 以下利息:

(a) 政府储蓄银行彩票利息或政府储蓄银行存款利息,仅限活期存款类型。

(b) 从合作社获得的储蓄类存款利息。

(c) 在王国境内、须经要求即付的储蓄类银行存款利息,仅限该纳税年度内所得利息总额不超过一万泰铢的情况,且须符合税务厅公布规定的标准、方法及条件。

(经1991年法案(第29号)修订,自1991年11月7日起施行)

(9) 出售作为遗产的动产,或非以商业或营利为目的而获得的动产,但不包括大型帆船、吨位在六吨及以上的船舶、蒸汽船或吨位在五吨及以上的机动船或浮筏

(经1982年紧急法令(第9号)修订,自1982年2月27日起施行)

(10) 因继承遗产而获得的所得

(经2015年法案(第40号)修订)

(10) 因履行道德义务而获得的赡养所得、因继承遗产而获得的所得,或因仪式或根据习俗惯例而获得的赠与所得

(已废止) -->

(11) 用于科学研究或探索的奖励、政府彩票或政府储蓄彩票的奖金、政府在竞赛或比赛中支付给非职业竞赛者的奖金,或政府为打击犯罪行为而支付的举报奖励

(经1959年法案(第16号)修订,自1960纳税年度起施行)

(12) 特别养老金、特别酬金、遗属养老金或遗属酬金

(13) 侵权损害赔偿金、保险所得或丧葬互助所得

(14) 来自非法人合伙或非法人团体利润分配的所得,且须根据本部分规定缴纳税款,但不包括来自集合基金的利润分配所得

(由1957年法案(第39号)于2014年12月26日废止)

(15) 农民通过销售其本人及/或其家庭亲自从事农业生产所获得的稻米所得

(经1961年法案(第18号)修订,自1962纳税年度所得起施行)

(16) 根据第65条之二规定须缴纳税款的遗产所得

(17) 由部级条例规定的免税所得

(经1953年法案(第10号)修订,自1953纳税年度所得起施行)

(18) 泰国红十字会彩票奖金、销售泰国红十字会彩票的所得或购买泰国红十字会彩票的折扣所得

(革命委员会公告(第206号) 1972年)

(19) 根据第4条之十获得的利息所得

(革命委员会公告(第206号) 1972年,自1972纳税年度所得起施行)

(20) (由1982年法案(第26号)第5条废止,自1982年8月28日起施行)

(21) (由1991年法案(第29号)第6条废止,自1991年11月7日起施行)

(22) (由1986年紧急法令(第14号)第8条废止,自1986年2月1日起施行)

(23) (由2019年《税法典》修订法案(第52号)废止,自2019年8月20日起施行)

(24) (经2019年法案修订《税法典》(第52号), 自2019年8月20日起施行)

(经2019年法案修订《税法典》(第52号), 自2019年8月20日起施行)

(经1990年修订法案(第27号), 自1990年9月3日起施行)

(26) 通过无偿向合法子女(不包括养子女)转让不动产所有权或占有权的所得,仅限该向合法子女转让所得中,在每个纳税年度内每名子女不超过两千万泰铢的部分。

(经2016年修订法案(第43号), 自2016年2月1日起施行)

(27) 因受赡养或因父母、直系后裔或配偶赠与而获得的所得,仅限在每个纳税年度内不超过两千万泰铢的部分。

(28) 因履行道德义务而受赡养,或因仪式或按传统习俗而获得的赠与所得,且该赠与来自非父母、非直系后裔或非配偶之人士,仅限在每个纳税年度内不超过一千万泰铢的部分。

(29) 因赠与而获得的所得,且赠与人表示意愿或可视为意图用于宗教事务、教育事务或公益事务,并符合部级条例规定的标准与条件。

(经2015年修订法案(第40号))

第 42之二 条

มาตรา 42 ทวิ เงินได้พึงประเมินตามความในมาตรา 40 (1) และ (2) ยอมให้หักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมาได้ร้อยละ 50 แต่รวมกันต้องไม่เกิน 100,000 บาท

(พระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 44) พ.ศ. 2560)

ในกรณีสามีภริยาต่างฝ่ายต่างมีเงินได้ตามวรรคหนึ่ง และความเป็นสามีภริยาได้มีอยู่ตลอดปีภาษี ให้ต่างฝ่ายต่างหักค่าใช้จ่ายได้ตามเกณฑ์ในวรรคหนึ่ง

(พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 16) พ.ศ. 2534 ใช้บังคับปีภาษี 2535 เป็นต้นไป)

第42条之二 根据第40条(1)及(2)项之规定,应税所得允许按50%的比例定额扣除费用,但合计不得超过100,000泰铢

(经2017年法案修订税法典(第44号))

在夫妻双方各自均有第一款所述之所得,且夫妻关系在整个纳税年度内持续存在的情况下,双方应各自按照第一款的标准扣除费用

(经1991年紧急法令修订(第16号), 自1992年纳税年度起施行)

第 42之三 条

มาตรา 42 ตรี เงินได้พึงประเมินตามความในมาตรา 40 (3) เฉพาะที่เป็นค่าแห่งกู๊ดวิลล์ ค่าแห่งลิขสิทธิ์หรือสิทธิอย่างอื่น ยอมให้หักค่าใช้จ่ายได้ตามที่กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา

(พระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 44) พ.ศ. 2560)

ในกรณีสามีภริยาต่างฝ่ายต่างมีเงินได้ตามวรรคหนึ่ง และความเป็นสามีภริยาได้มีอยู่ตลอดปีภาษี ให้ต่างฝ่ายต่างหักค่าใช้จ่ายตามเกณฑ์ในวรรคหนึ่ง

(ประกาศของคณะปฏิวัติ (ฉบับที่ 10) พ.ศ. 2520 ใช้บังคับปีภาษี 2520 เป็นต้นไป)

第42条之三 根据第40条(3)项规定之应税所得,仅限商誉价值、版权费或其他权利价值,允许按照敕令的规定扣除费用

(经2017年法案修订税法典(第44号))

在夫妻双方均具有第一款所述之所得,且夫妻关系在整个纳税年度内持续存在的情况下,双方应分别按照第一款的标准扣除费用

(经1977年革命委员会公告(第10号)修订,自1977年纳税年度起施行)

第 43 条

มาตรา 43 เงินได้พึงประเมินตามความในมาตรา 40 (5) ยอมให้หักค่าใช้จ่ายได้ตามที่กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา

第43条 根据第40条

(5)项之规定,应税所得允许按照敕令的规定扣除费用

(พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 12) พ.ศ. 2497 ใช้บังคับปีภาษี 2497 เป็นต้นไป)

(经1954年法案(第12号)修订,自1954年纳税年度起施行)

第 44 条

มาตรา 44 เงินได้พึงประเมินตามความในมาตรา 40 (6) ยอมให้หักค่าใช้จ่ายได้ตามที่กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา

(พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 12) พ.ศ. 2497 ใช้บังคับปีภาษี 2497 เป็นต้นไป)

第44条 根据第40条(6)项之规定,应税所得允许按照敕令的规定扣除费用

(经1954年法案(第12号)修订,自1954年纳税年度起施行)

第 45 条

มาตรา 45 เงินได้พึงประเมินตามความในมาตรา 40 (7) ยอมให้หักค่าใช้จ่ายได้ตามที่กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา

(พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 12) พ.ศ. 2497 ใช้บังคับปีภาษี 2497 เป็นต้นไป)

第45条 根据第40条(7)项之规定,应税所得允许按照敕令的规定扣除费用

(经1954年法案(第12号)修订,自1954年纳税年度起施行)

第 46 条

มาตรา 46 เงินได้พึงประเมินตามความในมาตรา 40 (8) ยอมให้หักค่าใช้จ่ายได้ตามที่จะได้กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา

(พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่ 10 พ.ศ. 2496 ใช้บังคับปีภาษี 2496 เป็นต้นไป)

第46条 根据第40条(8)项之规定,应税所得允许按照敕令之规定扣除费用

(经1953年第10号修订法案修订,自1953纳税年度起施行)

第 47 条

มาตรา 47 เงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 เมื่อได้หักตามมาตรา 42 ทวิ ถึงมาตรา 46 แล้ว เพื่อเป็นการบรรเทาภาระภาษี ให้หักลดหย่อนได้อีก ดังต่อไปนี้

(1) ลดหย่อนให้สำหรับ

(ก) ผู้มีเงินได้ 60,000 บาท

(ข) สามีหรือภริยาของผู้มีเงินได้ 60,000 บาท

(ค) บุตร

(1) บุตรชอบด้วยกฎหมายของผู้มีเงินได้ หรือบุตรชอบด้วยกฎหมายของสามีหรือภริยาของผู้มีเงินได้ คนละ 30,000 บาท และสำหรับบุตรชอบด้วยกฎหมายตั้งแต่คนที่สองเป็นต้นไปที่เกิดในหรือหลังปี พ.ศ. 2561 ให้หักลดหย่อนได้เพิ่มอีกคนละ 30,000 บาท โดยในการนับลำดับบุตร ให้นับลำดับของบุตรทุกคนไม่ว่าจะมีชีวิตอยู่หรือไม่ก็ตาม

(พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 46) พ.ศ. 2561 ใช้บังคับสำหรับเงินได้พึงประเมินประจำปีภาษี พ.ศ. 2561 ที่จะต้องยื่นรายการในปี พ.ศ. 2562 เป็นต้นไป)

(2) บุตรบุญธรรมของผู้มีเงินได้ คนละ 30,000 บาท แต่รวมกันต้องไม่เกินสามคน

ในกรณีผู้มีเงินได้มีบุตรทั้ง (1) และ (2) การหักลดหย่อนสำหรับบุตร ให้นำบุตรตาม (1) ทั้งหมดมาหักก่อน แล้วจึงนำบุตรตาม (2) มาหัก เว้นแต่ในกรณีผู้มีเงินได้มีบุตรตาม (1) ที่มีชีวิตอยู่รวมเป็นจำนวนตั้งแต่สามคนขึ้นไป จะนำบุตรตาม (2) มาหักไม่ได้ แต่ถ้าบุตรตาม (1) มีจำนวนไม่ถึงสามคนให้นำบุตรตาม (2) มาหักได้ โดยเมื่อรวมกับบุตรตาม (1) แล้วต้องไม่เกินสามคน

การนับจำนวนบุตร ให้นับเฉพาะบุตรที่มีชีวิตอยู่ตามลำดับอายุสูงสุดของบุตร โดยให้นับรวมทั้งบุตรที่ไม่อยู่ในเกณฑ์ได้รับการหักลดหย่อนด้วย

การหักลดหย่อนสำหรับบุตร ให้หักได้เฉพาะบุตรซึ่งมีอายุไม่เกินยี่สิบห้าปีและยังศึกษาอยู่ในมหาวิทยาลัยหรือชั้นอุดมศึกษา หรือซึ่งเป็นผู้เยาว์ หรือศาลสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถอันอยู่ในความอุปการะเลี้ยงดู แต่มิให้หักลดหย่อนสำหรับบุตรดังกล่าวที่มีเงินได้พึงประเมินในปีภาษีที่ล่วงมาแล้วตั้งแต่ 30,000 บาทขึ้นไป โดยเงินได้พึงประเมินนั้นไม่เข้าลักษณะตามมาตรา 42

การหักลดหย่อนสำหรับบุตรดังกล่าว ให้หักได้ตลอดปีภาษีไม่ว่ากรณีที่จะหักได้นั้นจะมีอยู่ตลอดปีภาษีหรือไม่ และในกรณีบุตรบุญธรรมนั้นให้หักลดหย่อนในฐานะบุตรบุญธรรมได้แต่ฐานะเดียว

(พระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 44) พ.ศ. 2560)

(ง) เบี้ยประกันภัยที่ผู้มีเงินได้จ่ายไปในปีภาษีสำหรับการประกันชีวิตของผู้มีเงินได้ตามจำนวนที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 10,000 บาท ทั้งนี้ เฉพาะในกรณีที่กรมธรรม์ประกันชีวิตมีกำหนดเวลาตั้งแต่สิบปีขึ้นไป และการประกันชีวิตนั้นได้เอาประกันไว้กับผู้รับประกันภัยที่ประกอบกิจการประกันชีวิตในราชอาณาจักร

(ประกาศคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (ฉบับที่ 37) พ.ศ. 2534 ใช้บังคับ 1 ม.ค. 2534 เป็นต้นไป)

ในกรณีสามีหรือภริยาของผู้มีเงินได้มีการประกันชีวิต และความเป็นสามีภริยาได้มีอยู่ตลอดปีภาษี ให้หักลดหย่อนได้ด้วยสำหรับเบี้ยประกันที่จ่ายสำหรับการประกันชีวิตของสามีหรือภริยานั้นตามเกณฑ์ในวรรคหนึ่ง

(พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2516 ใช้บังคับปีภาษี 2517 เป็นต้นไป)

(จ) ( ยกเลิกโดยพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติม(ฉบับที่ 16) พ.ศ.2534 ใช้บังคับตั้งแต่ปีภาษี 2535 เป็นต้นไป)

(ฉ) (ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 44) พ.ศ. 2560)

(พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 9) พ.ศ. 2525 ใช้บังคับปีภาษี 2525 เป็นต้นไป)

(ช) เงินสะสมที่จ่ายเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่กำหนดโดยกฎกระทรวงตามมาตรา 65 ตรี (2) ตามจำนวนที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 10,000 บาท

(แก้ไขโดยประกาศคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (ฉบับที่ 37) พ.ศ. 2534 ใช้บังคับ 1 ม.ค. 2534 เป็นต้นไป)

ในกรณีสามีหรือภริยาของผู้มีเงินได้จ่ายเงินสะสมเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพตามวรรคหนึ่ง และความเป็นสามีภริยาได้มีอยู่ตลอดปีภาษี ให้หักลดหย่อนได้ด้วยสำหรับเงินสะสมของสามีหรือภริยาที่จ่ายเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพนั้นตามเกณฑ์ในวรรคหนึ่ง

(พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 12) พ.ศ. 2526 ใช้บังคับปีภาษี 2527 เป็นต้นไป)

(ซ) ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมที่ผู้มีเงินได้จ่ายให้แก่ธนาคารหรือสถาบันการเงินอื่น บริษัทประกันชีวิต สหกรณ์ หรือนายจ้างสำหรับการกู้ยืมเงินเพื่อซื้อ เช่าซื้อ หรือสร้างอาคารอยู่อาศัย โดยจำนองอาคารที่ซื้อหรือสร้างเป็นประกันการกู้ยืมนั้นตามจำนวนที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 10,000 บาท ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่อธิบดีกำหนดโดยอนุมัติรัฐมนตรี และประกาศในราชกิจจานุเบกษา อาคารดังกล่าวให้หมายความรวมถึงอาคารพร้อมที่ดินด้วย

(แก้ไขโดยประกาศคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (ฉบับที่ 37) พ.ศ. 2534 ใช้บังคับ 1 ม.ค. 2534 เป็นต้นไป)

(ฌ) เงินสมทบที่ผู้ประกันตนจ่ายเข้ากองทุนประกันสังคมตามกฎหมายว่าด้วยการประกันสังคมตามจำนวนที่จ่ายจริง

(พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 27) พ.ศ. 2533 ใช้บังคับ 3 ก.ย. 2533 เป็นต้นไป)

ในกรณีสามีหรือภริยาของผู้มีเงินได้ ซึ่งเป็นผู้ประกันตนจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมตามวรรคหนึ่ง และความเป็นสามีภริยาได้มีอยู่ตลอดปีภาษี ให้หักลดหย่อนได้ด้วยสำหรับเงินสมทบของสามีหรือภริยาที่จ่ายเข้ากองทุนประกันสังคมดังกล่าวตามเกณฑ์ในวรรคหนึ่ง

(พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 16) พ.ศ. 2534 ใช้บังคับปีภาษี 2535 เป็นต้นไป)

(ญ) ค่าอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดาของผู้มีเงินได้ รวมทั้งบิดามารดาของสามีหรือภริยาของผู้มีเงินได้คนละสามหมื่นบาทโดยบุคคลดังกล่าวต้องมีอายุหกสิบปีขึ้นไป มีรายได้ไม่เพียงพอแก่การยังชีพ และอยู่ในความอุปการะเลี้ยงดูของผู้มีเงินได้ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกำหนด

ค่าอุปการะเลี้ยงดูตามวรรคหนึ่ง ให้หักลดหย่อนสำหรับเงินได้พึงประเมินประจำปี พ.ศ.2547 ที่จะต้องยื่นรายการในปี พ.ศ.2548 เป็นต้นไป

(พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 36) พ.ศ. 2548 ใช้บังคับ 13 มกราคม 2548 เป็นต้นไป)

(ฎ) ค่าอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดา สามีหรือภริยา บุตรชอบด้วยกฎหมายหรือบุตรบุญธรรมของผู้มีเงินได้ บิดามารดาหรือบุตรชอบด้วยกฎหมายของสามีหรือภริยาของผู้มีเงินได้ หรือบุคคลอื่นที่ผู้มีเงินได้เป็นผู้ดูแลตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ คนละหกหมื่นบาท โดยบุคคลดังกล่าวต้องเป็นคนพิการซึ่งมีบัตรประจำตัวคนพิการตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ หรือเป็นคนทุพพลภาพ มีรายได้ไม่เพียงพอแก่การยังชีพ และอยู่ในความอุปการะเลี้ยงดูของผู้มีเงินได้ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข รวมทั้งจำนวนคนพิการและคนทุพพลภาพในความอุปการะเลี้ยงดูของผู้มีเงินได้ที่อธิบดีประกาศกำหนด

การหักลดหย่อนสำหรับบุตรบุญธรรม ให้หักได้ในฐานะบุตรบุญธรรมเพียงฐานะเดียว

ค่าอุปการะเลี้ยงดูตามวรรคหนึ่ง ให้หักลดหย่อนสำหรับเงินได้พึงประเมินประจำปี พ.ศ. 2552 ที่จะต้องยื่นรายการในปี พ.ศ. 2553 เป็นต้นไป"

(พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 37) พ.ศ. 2552 ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป)

(ฏ) เงินที่บริจาคแก่พรรคการเมือง หรือเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดที่ให้เพื่อสนับสนุนการจัดกิจกรรมระดมทุนของพรรคการเมืองตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ตามจำนวนที่จ่ายจริงแต่รวมกันไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกำหนด

(แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 51) พ.ศ. 2562 ให้ใช้บังคับกับการคำนวณภาษีสำหรับเงินได้พึงประเมินประจำปี พ.ศ. 2561 ที่จะต้องยื่นรายการในปี พ.ศ. 2562 เป็นต้นไป) (2) ในกรณีสามีภริยาต่างฝ่ายต่างมีเงินได้ การหักลดหย่อนตาม (1) (ก) และ (ข) ให้หักลดหย่อนรวมกันได้ 120,000 บาท

(3) ในกรณีผู้มีเงินได้มิได้เป็นผู้อยู่ในประเทศไทย การหักลดหย่อนตาม (1) (ข) และ (ค) ให้หักได้เฉพาะสามีหรือภริยาและบุตรที่อยู่ในประเทศไทย

(พระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 44) พ.ศ. 2560)

(4) ในกรณีผู้มีเงินได้ถึงแก่ความตายในระหว่างปีภาษี ให้หักลดหย่อนได้เสมือนผู้ตายมีชีวิตอยู่ตลอดปีภาษีที่ผู้นั้นถึงแก่ความตาย

(พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 18) พ.ศ. 2504 ใช้บังคับปีภาษี 2505 เป็นต้นไป)

(5) ในกรณีผู้มีเงินได้เป็นกองมรดก ให้หักลดหย่อนได้ 60,000 บาท

(6) ในกรณีผู้มีเงินได้เป็นห้างหุ้นส่วนสามัญหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล ให้หักลดหย่อนได้ตาม (1) (ก) สำหรับผู้เป็นหุ้นส่วนหรือบุคคลในคณะบุคคลแต่ละคนซึ่งเป็นผู้อยู่ในประเทศไทย แต่รวมกันต้องไม่เกิน 120,000 บาท

(พระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 44) พ.ศ. 2560)

(7) เมื่อได้หักลดหย่อนตาม (1)(2)(3)(4)(5) หรือ (6) แล้วเหลือเท่าใด ให้หักลดหย่อนได้อีกสำหรับเงินบริจาคดังต่อไปนี้ โดยให้หักได้เท่าจำนวนที่บริจาคแต่ต้องไม่เกินร้อยละ 10 ของเงินที่เหลือนั้น

(ก) เงินที่บริจาคแก่สถานพยาบาลและสถานศึกษาของทางราชการ

(ข) เงินที่บริจาคเป็นสาธารณประโยชน์แก่องค์การหรือสถานสาธารณกุศล หรือแก่สถานพยาบาล และสถานศึกษาอื่นนอกจากที่กล่าวใน (ก) ทั้งนี้ ตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา

(พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 19) พ.ศ. 2508 ใช้บังคับปีภาษี 2509 เป็นต้นไป)

第47条 根据第40条规定的应税所得,在扣除第42条之二至第46条规定的款项后,为减轻税收负担,可进一步扣除以下减免额:

(1) 减免额如下:

(a) 纳税人 60,000 บาท

(b) 纳税人的配偶 60,000 บาท

(c) 子女

(1) 纳税人的合法子女,或纳税人配偶的合法子女,每人 30,000 บาท;对于自2018年或之后出生的第二名及之后的合法子女,每人可额外扣除 30,000 บาท;在计算子女顺序时,应计算所有子女的顺序,无论其是否在世。

(经2018年税法典修正案(第46号)修订,适用于2018纳税年度且须自2019年起进行申报的应税所得)

(2) 纳税人的养子女,每人 30,000 บาท,但总数不得超过三人。

若纳税人同时拥有第(1)项和第(2)项所述子女,子女减免应先扣除全部第(1)项所述子女,然后再扣除第(2)项所述子女;但若纳税人拥有的第(1)项所述在世子女总数达到三人或以上,则不得扣除第(2)项所述子女;若第(1)项所述子女人数不足三人,则可扣除第(2)项所述子女,但与第(1)项所述子女合并后总数不得超过三人。

在计算子女数量时,应按子女年龄从大到小的顺序,仅计算在世的子女,但须将不符合减免条件的子女也计入在内。

子女减免仅适用于年龄不超过二十五岁且仍在大学或高等教育阶段学习的子女,或属于未成年人,或经法院裁定为无行为能力或限制行为能力且处于抚养状态的子女;但若该子女在上一纳税年度的应税所得达到 30,000 บาท或以上,且该应税所得不属于第42条规定的情形,则不得给予减免。

上述子女减免在整个纳税年度内均可扣除,无论产生减免条件的状况是否贯穿整个纳税年度;在养子女的情况下,仅能以养子女身份获得一次减免。

(经2017年税法典修正案(第44号)修订)

(d) 纳税人在纳税年度内为自身人寿保险所支付的保险费,按实际支付金额扣除,但不超过 10,000 บาท;前提是该人寿保险保单的期限须在十年或以上,且该人寿保险须向在王国境内经营人寿保险业务的保险人投保。

(经国家和平秩序委员会公告(第37号)修订,自1991年1月1日起施行)

若纳税人的配偶投保了人寿保险,且在整个纳税年度内均维持夫妻关系,则根据第一款的标准,其为该配偶缴纳的人寿保险保费亦可予以扣除。

(经1973年紧急法令(第4号)修订,自1974年纳税年度起施行)

(e) (由1991年紧急法令(第16号)废止,自1992年纳税年度起施行)

(f) (由2017年修订税法典法案(第44号)废止)

(经1982年紧急法令(第9号)修订,自1982年纳税年度起施行)

(g) 根据第65条之三(2)款由部级条例规定的标准、方法及条件,向公积金缴纳的实际缴纳金额,但不得超过10,000 บาท

(经1991年国民维持秩序委员会公告(第37号)修订,自1991年1月1日起施行)

若纳税人的配偶按照第一款向公积金缴纳了积金,且在整个纳税年度内均维持夫妻关系,则根据第一款的标准,其为该配偶缴纳的公积金亦可予以扣除。

(经1983年紧急法令(第12号)修订,自1984年纳税年度起施行)

(h) 纳税人为购买、租购或建造住宅建筑而向银行或其他金融机构、人寿保险公司、合作社或雇主支付的贷款利息,且以所购或所建建筑抵押作为该贷款担保,按实际支付金额扣除,但不得超过10,000 บาท;此项须按照税务厅厅长经财政部长批准后所规定的标准及方法,并在政府公报上公布;上述建筑亦包括建筑及其附带的土地。

(经1991年国民维持秩序委员会公告(第37号)修订,自1991年1月1日起施行)

(i) 被保险人根据社会保险法向社会保险基金缴纳的实际缴纳金额

(经1990年修订法案(第27号)修订,自1990年9月3日起施行)

若纳税人的配偶作为被保险人按照第一款向社会保险基金缴纳了缴纳金,且在整个纳税年度内均维持夫妻关系,则根据第一款的标准,其为该配偶缴纳的上述社会保险缴纳金亦可予以扣除。

(经1991年紧急法令(第16号)修订,自1992年纳税年度起施行)

(j) 纳税人赡养父母及纳税人配偶父母的费用,每人三万บาท;前提是上述人员年龄须在六十岁以上,收入不足以维持生活,且由纳税人赡养;此项须按照税务厅厅长公告规定的标准、方法及条件。

第一款所述之赡养费,应作为2004年度应税所得之税前扣除,且须自2005年起进行纳税申报。

(经2005年法案(第36号)修订,自2005年1月13日起施行)

(d) 赡养纳税人法定父母、配偶、法定子女或养子女,配偶之法定父母或法定子女,或根据关于促进和发展残疾人生活质量之法律规定由纳税人依法照顾之其他人员,每人六万铢;且上述人员须为持有根据关于促进和发展残疾人生活质量之法律规定所签发之残疾人证的残疾人,或为收入不足以维持生计且由纳税人赡养之伤残人士;且须符合税务厅厅长公告规定之标准、程序、条件,以及纳税人所赡养之残疾人及伤残人士之人数。

养子女之税前扣除,仅能以养子女之单一身份进行扣除。

第一款所述之赡养费,应作为2009年度应税所得之税前扣除,且须自2010年起进行纳税申报。

(经2009年《税法典》修订法案(第37号)修订,自政府公报公布之次日起施行)

(e) 向政党捐赠之款项,或为支持根据关于政党的宪法配套法开展筹款活动而提供的款项、财产或其他任何利益,按实际支付金额扣除,但合计不得超过一万铢;且须符合税务厅厅长公告规定之标准、程序及条件。

(经2019年《税法典》修订法案(第51号)修订,适用于2018年度应税所得之税款计算,且须自2019年起进行纳税申报)

(2) 在夫妻双方各自均有所得的情况下,按(1)(a)及(b)项进行之税前扣除,合计可扣除120,000铢。

(3) 在纳税人非居住于泰国境内的情况下,按(1)(b)及(c)项进行之税前扣除,仅限扣除居住于泰国境内之配偶及子女。

(2017年《税法典》修订法案(第44号))

(4) 在纳税人于纳税年度期间死亡的情况下,应视为该纳税人在其死亡之纳税年度内全程存续,从而进行税前扣除。

(经1961年法案(第18号)修订,自2012纳税年度起施行)

(5) 在纳税人为遗产继承组合的情况下,可扣除60,000铢。

(6) 在纳税人为普通合伙或非法人团体的情况下,按(1)(a)项之规定,针对每一位居住于泰国境内的合伙人或团体成员进行税前扣除,但合计不得超过120,000铢。

(2017年《税法典》修订法案(第44号))

(7) 在已根据

(1)(2)(3)(4)(5) 或

(6) 进行扣除后,剩余金额部分,可就下列捐赠款项进一步进行扣除,扣除金额为实际捐赠金额,但不得超过该剩余金额的10%

(a) 向政府医疗机构及教育机构捐赠的款项

(b) 向公益组织或公益机构,或向除

(a) 项所述以外的其他医疗机构及教育机构捐赠的公益款项,且须符合财政部长在政府公报中公告的规定

(经1965年法案(第19号)修订,自1966纳税年度起施行)

第 47之二 条

มาตรา 47 ทวิ ให้ผู้มีเงินได้ตามมาตรา 40 (4) (ข) ซึ่งได้รับจากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยได้รับเครดิตในการคำนวณภาษี โดยให้นำอัตราภาษีเงินได้ที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้นต้องเสียหารด้วยผลต่างของหนึ่งร้อยลบด้วยอัตราภาษีเงินได้ดังกล่าวนั้น ได้ผลลัพธ์เท่าใดให้คูณด้วยจำนวนเงินปันผลหรือเงินส่วนแบ่งของกำไรที่ได้รับ ผลลัพธ์ที่ได้เป็นเครดิตในการคำนวณภาษี ในกรณีที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลผู้จ่ายเงินได้ประกอบกิจการที่ต้องเสียภาษีเงินได้หลายอัตรา ผู้จ่ายเงินได้ต้องระบุในหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายให้ชัดเจนว่าเงินได้ที่จ่ายนั้นจำนวนใดได้มาจากกิจการที่ต้องเสียภาษีเงินได้ในอัตราใด

第47条之二 根据第40条

(4)

(b) 项规定,从根据泰国法律设立的公司或法人合伙取得所得的人员,在计算税款时应获得税收抵免,其计算方式为:以该公司或法人合伙须缴纳的企业所得税税率除以“一百减去该企业所得税税率”之差额,所得结果乘以所收到的股息或利润分配金额,所得结果作为计算税款时的税收抵免。若支付所得的公司或法人合伙从事须缴纳多种税率企业所得税的业务,支付方必须在预扣税证明中明确注明所支付的所得中,每一金额是来源于须缴纳何种税率的企业所得税业务。

(พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 32) พ.ศ. 2540 ใช้บังคับปีภาษี 2540 เป็นต้นไป)

(经1997年紧急法令(第32号)修订,自1997纳税年度起施行)

เครดิตภาษีที่คำนวณได้ตามความในวรรคหนึ่งให้นำมารวมคำนวณเป็นเงินได้พึงประเมินเพื่อเสียภาษีเงินได้ตามเกณฑ์ในมาตรา 48 เป็นเงินภาษีทั้งสิ้นเท่าใด ให้นำเครดิตภาษีที่คำนวณได้ดังกล่าวหักออกจากภาษีที่ต้องเสีย ถ้ายังขาดหรือเหลือเท่าใดให้ผู้มีเงินได้เสียภาษีสำหรับจำนวนที่ขาดหรือมีสิทธิได้รับเงินจำนวนที่เหลือนั้นคืน

根据第一款计算得出的税收抵免额,应纳入应税所得,并按照第48条的标准计算应缴纳的全部所得税,所得的总税额减去上述计算得出的税收抵免额,若仍有不足,由所得人缴纳不足的部分;若有剩余,所得人有权获得该剩余金额的退税。

ความในวรรคหนึ่งและวรรคสองมิให้ใช้บังคับแก่ผู้มีเงินได้ซึ่งมิได้มีภูมิลำเนาอยู่ในประเทศไทยและมิได้เป็นผู้อยู่ในประเทศไทย

第一款及第二款之规定不适用于在泰国无住所且非泰国居民的所得人。

(พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 16) พ.ศ. 2534 ใช้บังคับปีภาษี 2535 เป็นต้นไป

(经1991年紧急法令(第16号)修订,自1992纳税年度起施行)

ในกรณีที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลผู้จ่ายเงินได้แสดงข้อความที่กำหนดให้ต้องระบุในหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายตามวรรคหนึ่งไม่ถูกต้องอันเป็นเหตุให้เครดิตภาษีที่คำนวณได้มีจำนวนเกินกว่าที่ผู้มีเงินได้พึงได้รับ ให้ผู้จ่ายเงินได้รับผิดร่วมกับผู้มีเงินได้เท่ากับจำนวนเงินที่ได้รับคืนเกินไปหรือที่ชำระไว้ไม่ครบ และถ้าผู้จ่ายเงินได้หรือผู้มีเงินได้ไม่ชำระเงินดังกล่าวภายในเจ็ดวันนับแต่ได้รับหนังสือแจ้งจากเจ้าพนักงานประเมิน ให้ถือว่าเงินจำนวนที่เรียกให้ชำระเป็นภาษีอากรค้าง ในกรณีที่เจ้าพนักงานประเมินตรวจสอบพบว่า เครดิตภาษีที่คำนวณได้มีจำนวนน้อยกว่าที่ผู้มีเงินได้พึงได้รับ ให้แจ้งผู้มีเงินได้ทราบถึงสิทธิที่จะได้รับเงินที่เหลือนั้นคืนตามกฎหมาย

若支付所得的公司或法人合伙在预扣税证明中未按第一款规定准确注明应注明的文字,导致计算得出的税收抵免额超过了所得人应得的金额,则支付方须与所得人承担连带责任,偿还超额退回的金额或未缴足的金额;若支付方或所得人在收到评税官通知书后的七日内未缴纳上述款项,则该要求缴纳的金额应视为欠缴税款。若评税官经查核发现计算得出的税收抵免额少于所得人应得的金额,应告知所得人依法有权获得该剩余金额退税的权利。

(พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 32) พ.ศ. 2540 ใช้บังคับปีภาษี 2540 เป็นต้นไป)

(经1997年紧急法令(第32号)修订,自1997纳税年度起施行)

第 48 条

มาตรา 48 เงินได้พึงประเมินต้องเสียภาษีเงินได้ดังต่อไปนี้

(1) เงินได้พึงประเมินเมื่อได้หักตามมาตรา 42 ทวิ ถึงมาตรา 47 หรือมาตรา 57 เบญจ แล้ว เหลือเท่าใดเป็นเงินได้สุทธิ ต้องเสียภาษีในอัตราที่กำหนดในบัญชีอัตราภาษีเงินได้ท้ายหมวดนี้

(ประกาศของคณะปฏิวัติ (ฉบับที่ 10) พ.ศ. 2520 ใช้บังคับสำหรับเงินได้ปีภาษี พ.ศ. 2520 เป็นต้นไป)

<!--( ดูพระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 352) พ.ศ.2542)

--> ( ดูพระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 376) พ.ศ.2544)

(2) สำหรับผู้มีเงินได้พึงประเมินตั้งแต่ 120,000 บาทขึ้นไป การคำนวณภาษีตาม (1) ให้เสียไม่น้อยกว่าร้อยละ 0.5 ของยอดเงินได้พึงประเมิน

(พระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 44) พ.ศ. 2560)

เรื่อง การยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามมาตรา 48(2) แห่งประมวลรัษฏากร)

(พระราชกฤษฏีกานี้เรียกว่า "พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 480) พ.ศ. 2552")

(พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2521 ใช้บังคับปีภาษี 2522 เป็นต้นไป)

(3) ผู้มีเงินได้จะเลือกเสียภาษีในอัตราร้อยละ 15.0 ของเงินได้โดยไม่ต้องนำไปรวมคำนวณภาษีตาม (1) และ (2) ก็ได้ สำหรับเงินได้ตามมาตรา 40 (4) (ก) และ (ช) ดังต่อไปนี้

(ก) ดอกเบี้ยพันธบัตร ดอกเบี้ยเงินฝากธนาคารในราชอาณาจักร ดอกเบี้ยเงินฝากสหกรณ์ ดอกเบี้ยหุ้นกู้ ดอกเบี้ยตั๋วเงินที่ได้จากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลหรือนิติบุคคลอื่น ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมที่ได้จากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลหรือนิติบุคคลอื่น ดอกเบี้ยที่ได้จากสถาบันการเงินที่มีกฎหมายโดยเฉพาะของประเทศไทยจัดตั้งขึ้นสำหรับให้กู้ยืมเงินเพื่อส่งเสริมเกษตรกรรม พาณิชยกรรม หรืออุตสาหกรรม

(ข) ผลต่างระหว่างราคาไถ่ถอนกับราคาจำหน่ายตั๋วเงิน หรือตราสารแสดงสิทธิในหนี้ที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลหรือนิติบุคคลอื่นเป็นผู้ออก

(ค) ผลประโยชน์ที่ได้จากการโอนพันธบัตร หุ้นกู้ หรือตั๋วเงิน หรือตราสารแสดงสิทธิในหนี้ที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลหรือนิติบุคคลอื่นเป็นผู้ออก ทั้งนี้ เฉพาะที่ตีราคาเป็นเงินได้เกินกว่าที่ลงทุน

(พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 29) พ.ศ. 2534 ใช้บังคับ 7 พ.ย. 2534 เป็นต้นไป)

ผู้มีเงินได้ซึ่งเป็นผู้อยู่ในประเทศไทยจะเลือกเสียภาษีในอัตราร้อยละ 10.0 ของเงินได้โดยไม่ต้องนำไปรวมคำนวณภาษีตาม (1) และ (2) ก็ได้สำหรับเงินได้ตามมาตรา 40 (4) (ข) ที่ได้รับจากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือสถาบันการเงินที่มีกฎหมายโดยเฉพาะของประเทศไทยจัดตั้งขึ้นสำหรับให้กู้ยืมเงินเพื่อส่งเสริมเกษตรกรรม พาณิชยกรรม หรืออุตสาหกรรม

(แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 52) พ.ศ. 2562 ให้ใช้บังคับ ตั้งแต่วันที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2562 เป็นต้นไป)

<!--

(ก) เงินได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์อันเป็นมรดกหรืออสังหาริมทรัพย์ที่ได้รับจากการให้โดยเสน่หา ให้หักค่าใช้จ่ายร้อยละ 50 ของเงินได้ เหลือเท่าใดถือเป็นเงินได้สุทธิแล้วหารด้วยจำนวนปีที่ถือครองได้ผลลัพธ์เป็นเงินเท่าใด ให้คำนวณภาษีตามอัตราภาษีเงินได้ ได้เท่าใดให้คูณด้วยจำนวนปีที่ถือครองผลลัพธ์ที่ได้เป็นเงินภาษีที่ต้องเสีย

(ข) เงินได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ที่ได้มาโดยทางอื่นนอกจาก (ก) ให้หักค่าใช้จ่ายได้ตามที่กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา เหลือเท่าใดถือเป็นเงินได้สุทธิ แล้วหารด้วยจำนวนปีที่ถือครอง ได้ผลลัพธ์เป็นเงินเท่าใดให้คำนวณภาษีตามอัตราภาษีเงินได้ ได้เท่าใดให้คูณด้วยจำนวนปีที่ถือครอง ผลลัพธ์ที่ได้เป็นเงินภาษีที่ต้องเสีย

(พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 9) พ.ศ. 2535 ใช้บังคับ 27 ก.พ. 2535 เป็นต้นไป)

ในกรณีที่เสียภาษีโดยไม่นำไปรวมคำนวณภาษีตาม (1) และ (2) เมื่อคำนวณภาษีแล้วต้องเสียไม่เกินร้อยละ 20 ของราคาขาย

(พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 14) พ.ศ. 2529 ใช้บังคับ 1 ก.พ. 2529 เป็นต้นไป)

ในกรณีที่เสียภาษีโดยนำไปรวมคำนวณภาษีตาม (1) และ (2) ให้หักค่าใช้จ่ายร้อยละ 50 ของเงินได้ตาม (ก) หรือตามที่กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกาตาม (ข) แล้วแต่กรณี เหลือเท่าใดนำไปรวมคำนวณภาษีกับเงินได้อย่างอื่น

คำว่า “จำนวนปีที่ถือครอง” ใน (ก) หรือ (ข) หมายถึงจำนวนปีนับตั้งแต่ปีที่ได้กรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในอสังหาริมทรัพย์ ถึงปีที่โอนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในอสังหาริมทรัพย์นั้น ถ้าเกินสิบปีให้นับเพียงสิบปีและเศษของปีให้นับเป็นหนึ่งปี

(พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 9) พ.ศ. 2525 ใช้บังคับ 27 ก.พ. 2525 เป็นต้นไป)

(4/1) ผู้มีเงินได้จะเลือกเสียภาษีในอัตราร้อยละ 5 ของเงินได้ส่วนที่เกินยี่สิบล้านบาท โดยไม่ต้องนำไปรวมคำนวณภาษีตาม (1) และ (2) ก็ได้ สำหรับเงินได้ตามมาตรา 40 (8) ที่เป็นเงินได้จากการโอนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในอสังหาริมทรัพย์โดยไม่มีค่าตอบแทนให้แก่บุตรชอบด้วยกฎหมายซึ่งไม่รวมถึงบุตรบุญธรรม ที่ไม่ได้รับยกเว้นตามมาตรา 42 (26)

(พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 40) พ.ศ. 2558) (5) ผู้มีเงินได้จะเลือกเสียภาษีโดยไม่ต้องนำไปรวมคำนวณภาษีตาม (1) และ (2) ก็ได้ สำหรับเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (1) และ (2) ซึ่งเป็นเงินที่นายจ้างจ่ายให้ครั้งเดียวเพราะเหตุออกจากงาน ซึ่งได้คำนวณจ่ายจากระยะเวลาที่ทำงานและได้จ่ายตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด โดยให้นำเงินได้พึงประเมินดังกล่าวหักค่าใช้จ่ายเป็นจำนวนเท่ากับ 7,000 บาท คูณด้วยจำนวนปีที่ทำงาน แต่ไม่เกินเงินได้พึงประเมิน เหลือเท่าใดให้หักค่าใช้จ่ายอีกร้อยละ 50 ของเงินที่เหลือนั้นแล้วคำนวณภาษีตามอัตราภาษีเงินได้

ในกรณีเงินได้พึงประเมินดังกล่าวจ่ายในลักษณะเงินบำเหน็จจำนวนหนึ่งและเงินบำนาญอีกจำนวนหนึ่ง ให้ถือว่าเฉพาะเงินที่จ่ายในลักษณะเงินบำเหน็จเป็นเงินซึ่งนายจ้างจ่ายให้ครั้งเดียวเพราะเหตุออกจากงานและให้ลดค่าใช้จ่ายจำนวน 7,000 บาท ลงเหลือ 3,500 บาท

จำนวนปีที่ทำงานตามวรรคหนึ่ง ในกรณีเงินบำเหน็จหรือเงินอื่นใดในลักษณะเดียวกัน ที่ทางราชการจ่าย ให้ถือจำนวนปีที่ใช้เป็นเกณฑ์คำนวณเงินบำเหน็จหรือเงินอื่นในลักษณะเดียวกันนั้นตามกฎหมาย ระเบียบ หรือข้อบังคับของทางราชการ

ในการคำนวณจำนวนปีที่ทำงาน นอกจากกรณีตามวรรคสาม เศษของปี ถ้าถึงหนึ่งร้อยแปดสิบสามวันให้ถือเป็นหนึ่งปี ถ้าไม่ถึงหนึ่งร้อยแปดสิบสามวันให้ปัดทิ้ง

"ถ้าภาษีเงินได้ที่เจ้าพนักงานประเมินได้ประเมินแล้วมีจำนวนต่ำกว่า 5 บาท เป็นอันไม่ต้องเรียกเก็บ"

(พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 16) พ.ศ. 2534 ใช้บังคับปีภาษี 2535 เป็นต้นไป)

(พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 18 ) พ.ศ. 2504 ใช้บังคับปีภาษี 2505 เป็นต้นไป) (6) ผู้มีเงินได้จะเลือกเสียภาษีในอัตราร้อยละ 5 ของเงินได้ส่วนที่เกินยี่สิบล้านบาท โดยไม่ต้องนำไปรวมคำนวณภาษีตาม (1) และ (2) ก็ได้ สำหรับเงินได้ตามมาตรา 40 (8) ที่ได้รับจากการอุปการะหรือจากการให้โดยเสน่หาจากบุพการี ผู้สืบสันดาน หรือคู่สมรส ที่ไม่ได้รับยกเว้นตามมาตรา 42 (27) (7) ผู้มีเงินได้จะเลือกเสียภาษีในอัตราร้อยละ 5 ของเงินได้ส่วนที่เกินสิบล้านบาท โดยไม่ต้องนำไปรวมคำนวณภาษีตาม (1) และ (2) ก็ได้ สำหรับเงินได้ตามมาตรา 40 (8) ที่ได้รับจากการอุปการะโดยหน้าที่ธรรมจรรยาหรือจากการให้โดยเสน่หาเนื่องในพิธีหรือตามโอกาสแห่งขนบธรรมเนียมประเพณี ทั้งนี้ จากบุคคลซึ่งมิใช่บุพการี ผู้สืบสันดาน หรือคู่สมรส ที่ไม่ได้รับยกเว้นตามมาตรา 42 (28)

(พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 40) พ.ศ. 2558)

第48条 应税所得须缴纳下列个人所得税

(1) 应税所得在根据第42条之二至第47条或第57条之五进行扣除后,剩余部分作为净所得,须按本章末尾税率表所规定的税率缴纳税款

(革命委员会公告 (第10号) 1977年, 自1977纳税年度起施行)

<!--( 参见1999年敕令 (第352号))

--> ( 参见2001年敕令 (第376号))

(2) 对于应税所得在120,000泰铢及以上的纳税人,根据(1)项进行的税款计算,其缴纳额不得少于应税所得总额的0.5%

(2017年修订税法典法案 (第44号))

关于根据税法典第48(2)条豁免个人所得税的事项)

(本敕令称为“根据税法典规定关于豁免税款的敕令 (第480号) 2009年”)

(经1978年紧急法令 (第5号) 修订, 自1979纳税年度起施行)

(3) 对于下列第40条

(4)

(a) 及

(f) 项项下的所得,纳税人可以选择按所得的15.0%的税率缴纳税款,而无需将其纳入根据(1)及(2)项进行的税款计算:

(a) 国债利息、在王国境内的银行存款利息、合作社存款利息、公司债券利息、从公司或法人合伙或其他法人处获得的票据利息、从公司或法人合伙或其他法人处获得的贷款利息、从根据泰国专门法律为促进农业、商业或工业而设立的金融机构处获得的利息

(b) 票据或由公司或法人合伙或其他法人发行的债权凭证的赎回价格与销售价格之间的差额

(c) 通过转让国债、公司债券、票据或由公司或法人合伙或其他法人发行的债权凭证所获得的利益,且仅限于评估为超过投资额的所得部分

(经1991年修订法案 (第29号) 修订, 自1991年11月7日起施行)

作为泰国居民的纳税人,对于从根据泰国法律设立的公司或法人合伙,或从根据泰国专门法律为促进农业、商业或工业而设立的金融机构处获得的第40条

(4)

(b) 项项下的所得,可以选择按所得的10.0%的税率缴纳税款,而无需将其纳入根据(1)及(2)项进行的税款计算

(经2019年修订税法典法案 (第52号) 修订, 自2019年8月20日起施行)

<!--

(a) 因出售遗产不动产或通过赠与获得的无偿不动产所得,应扣除应税所得的50%作为费用,剩余部分视为净所得,再除以持有年数,所得结果金额按个人所得税税率计算税额,所得税额再乘以持有年数,所得结果即为应纳税额

(b) 因通过除(a)项以外的其他方式获得的不动产出售所得,应按敕令规定的金额扣除费用,剩余部分视为净所得,再除以持有年数,所得结果金额按个人所得税税率计算税额,所得税额再乘以持有年数,所得结果即为应纳税额

(经1992年紧急法令(第9号)修订,自1992年2月27日起施行)

在不并入(1)和(2)项进行税务计算而缴纳税款的情况下,计算所得税额不得超过售价的20%

(经1986年紧急法令(第14号)修订,自1986年2月1日起施行)

在并入(1)和(2)项进行税务计算而缴纳税款的情况下,应按(a)项规定的应税所得的50%或按(b)项规定的敕令规定金额扣除费用,视情况而定,剩余部分应并入其他所得进行税务计算

(a) 或

(b) 中的“持有年数”是指从获得不动产所有权或占有权的年份起,至转让该不动产所有权或占有权的年份止的年数;若超过十年,则仅计为十年,不足一年的部分按一年计算

(经1982年紧急法令(第9号)修订,自1982年2月27日起施行)

(4/1) 纳税人可选择对超过两千万泰铢的部分的所得按5%的税率缴纳税款,且无需并入(1)和(2)项进行税务计算;对于第40(8)条项下,因无偿向合法子女(不包括养子女)转让不动产所有权或占有权所得的所得,且该所得未根据第42(26)条获得豁免的,亦可适用此规定

(经2015年法案(第40号)修订)

(5) 纳税人可选择不并入(1)和(2)项进行税务计算而缴纳税款;对于第40(1)条和(2)条项下的应税所得,即因离职而由雇主一次性支付的款项,且该款项是根据工作年限并按照税务厅厅长规定的标准、方法和条件计算支付的,应将该应税所得扣除相当于7,000泰铢乘以工作年数的费用(但不得超过应税所得金额),剩余部分再扣除该剩余金额50%的费用,然后按个人所得税税率计算税额

若上述应税所得是以一笔酬金及另一笔养老金的形式支付,则应视为仅以酬金形式支付的部分为雇主因离职而一次性支付的款项,且应将7,000泰铢的费用额度减至3,500泰铢

第一款所述之工作年限,若为政府支付的酬金或任何其他类似性质的款项,应以根据政府法律、规章或条例计算该酬金或类似性质款项时所采用的年限为准

在计算工作年限时,除第三款所述情形外,不足一年的部分,若达到一百八十三天则视为一年,若不足一百八十三天则舍去

“若评税官已评定的所得税金额低于5泰铢,则无需征收”

(经1991年紧急法令(第16号)修订,自1992纳税年度起施行)

(经1961年法案(第18号)修订,自1962纳税年度起施行)

(6) 对于根据第40条(8)项规定,因受赡养或因直系尊亲属、直系卑亲属或配偶之赠与而获得的所得,若未根据第42条(27)项获得免税,所得人可选择按超过两千万泰铢的部分适用5%的税率缴纳税款,而无需将其并入(1)及(2)项进行合并计税

(7) 对于根据第40条(8)项规定,因基于道德义务之赡养,或因仪式或按传统习俗之机会而获得的赠与所得,若未根据第42条(28)项获得免税,且该所得来自非直系尊亲属、直系卑亲属或配偶之人士,所得人可选择按超过一千万泰铢的部分适用5%的税率缴纳税款,而无需将其并入(1)及(2)项进行合并计税

(经2015年法案(第40号)修订)

第 48之二 条

มาตรา 48 ทวิ ให้องค์การของรัฐบาลเสียภาษีเงินได้แทนผู้ขายสินค้าทอดหนึ่งทอดใดหรือทุกทอดที่ซื้อสินค้าขององค์การของรัฐบาลตามวิธีการ อัตรา และประเภทสินค้าตามที่กำหนดโดยกฎกระทรวง ทั้งนี้ เฉพาะสำหรับเงินได้จากการขายสินค้านั้น

(ประกาศของคณะปฏิวัติ (ฉบับที่ 10) พ.ศ. 2520 ใช้บังคับปีภาษี 2520 เป็นต้นไป)

ภาษีที่เสียแทนตามวรรคหนึ่งให้ถือเป็นเครดิตของผู้เสียภาษีในการคำนวณภาษี

(พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 26) พ.ศ. 2525 ใช้บังคับปีภาษี 2525 เป็นต้นไป)

第48条之二 政府机构应根据部级条例规定的方式、税率及商品类型,就购买政府机构商品的任何一环节或所有环节的销售方,代缴该销售环节所得的所得税。此项规定仅适用于该商品销售所得。

(经1977年革命委员会公告(第10号)修订,自1977纳税年度起施行)

第一款项下代缴的税款,应视为纳税人在计算税款时的抵免额。

(经1982年法案(第26号)修订,自1982纳税年度起施行)

第 49 条

มาตรา 49 ในกรณีที่ผู้มีเงินได้มิได้ยื่นรายการเงินได้ หรือเจ้าพนักงานประเมินพิจารณาเห็นว่า ผู้มีเงินได้ยื่นรายการเงินได้ต่ำกว่าจำนวนที่ควรต้องยื่น ให้เจ้าพนักงานประเมินโดยอนุมัติอธิบดีมีอำนาจที่จะกำหนดจำนวนเงินได้สุทธิขึ้น ทั้งนี้ โดยถือเงินหรือทรัพย์สินซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ หรือเข้ามาอยู่ในครอบครองของผู้มีเงินได้ หรือรายจ่ายของผู้มีเงินได้ หรือฐานะความเป็นอยู่ หรือพฤติการณ์ของผู้มีเงินได้ หรือสถิติเงินได้ของผู้มีเงินได้เอง หรือของผู้อื่นที่กระทำกิจการทำนองเดียวกับของผู้มีเงินได้เป็นหลักในการพิจารณา แล้วทำการประเมินแจ้งจำนวนเงินที่ต้องชำระไปยังผู้ต้องเสียภาษี ทั้งนี้ ให้นำบทบัญญัติมาตรา 19 ถึงมาตรา 26 มาใช้บังคับโดยอนุโลม

(พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 10) พ.ศ. 2496 ใช้บังคับปีภาษี 2496 เป็นต้นไป)

第49条 在所得人未申报所得项目,或评税官认为所得人申报的所得项目低于应申报金额的情况下,经税务厅厅长批准,评税官有权调增净所得金额;此项核定应以所得人所拥有或占有的货币或财产,或所得人的支出,或所得人的生活状况,或所得人的行为情况,或所得人自身或从事与所得人类似业务之他人的所得统计作为主要考量依据,并进行评税后将应缴金额通知纳税人;在此情况下,比照适用第19条至第26条之规定。

(经1953年法案(第10号)修订,自1953纳税年度起施行)

第 49之二 条

มาตรา 49 ทวิ ในกรณีที่เป็นการโอนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในอสังหาริมทรัพย์โดยมีหรือไม่มีค่าตอบแทน ไม่ว่าราคาที่ซื้อขายกันตามปกติในท้องตลาดของอสังหาริมทรัพย์นั้นจะเป็นอย่างไรก็ตาม ให้เจ้าพนักงานประเมินกำหนดราคาขายอสังหาริมทรัพย์นั้นโดยถือตามราคาประเมินทุนทรัพย์เพื่อเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมตามประมวลกฎหมายที่ดินซึ่งเป็นราคาที่ใช้อยู่ในวันที่มีการโอนนั้น

(พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 28 ) พ.ศ. 2534 ใช้บังคับ 19 พ.ย. 2534 เป็นต้นไป)

第49条之二 在不动产所有权或占有权转移的情况下,无论是否有对价,且无论该不动产在市场上的正常交易价格如何,应由评税官根据为征收《土地法典》规定的权利与法律行为登记费而采用的资产评估价格,来确定该不动产的销售价格,该价格应为转移发生当日所使用的价格。

(经1991年法案(第28号)修订,自1991年11月19日起施行)

第 50 条

มาตรา 50 ให้บุคคล ห้างหุ้นส่วน บริษัท สมาคม หรือคณะบุคคลผู้จ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 หักภาษีเงินได้ไว้ทุกคราวที่จ่ายเงินได้พึงประเมินตามวิธีดังต่อไปนี้

第50条 凡支付第40条规定的应税所得之个人、合伙企业、公司、协会或团体,在每次支付应税所得时,应按下列方法预扣所得税:

(1) ในกรณีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (1) และ (2) ให้คูณเงินได้พึงประเมินที่จ่ายด้วยจำนวนคราวที่จะต้องจ่าย เพื่อให้ได้จำนวนเงินเสมือนหนึ่งว่าได้จ่ายทั้งปีแล้ว คำนวณภาษีตามเกณฑ์ในมาตรา 48 เป็นเงินภาษีทั้งสิ้นเท่าใดให้หารด้วยจำนวนคราวที่จะต้องจ่าย ได้ผลลัพธ์เป็นเงินเท่าใดให้หักเป็นเงินภาษีไว้เท่านั้น

ถ้าการหารด้วยจำนวนคราวที่จะต้องจ่ายตามความในวรรคก่อนไม่ลงตัวเหลือเศษเท่าใด ให้เพิ่มเงินเท่าจำนวนที่เหลือเศษนั้นรวมเข้ากับเงินภาษีที่จะต้องหักไว้ครั้งสุดท้ายในปีนั้น เพื่อให้ยอดเงินภาษีที่หักรวมทั้งปีเท่าจำนวนภาษีที่จะต้องเสียทั้งปี

(พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 16) พ.ศ. 2502 ใช้บังคับ 5 พ.ย. 2502 เป็นต้นไป)

ในกรณีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (1) และ (2) ซึ่งเป็นเงินที่นายจ้างจ่ายให้ครั้งเดียวเพราะเหตุออกจากงานซึ่งได้คำนวณจ่ายจากระยะเวลาที่ทำงานและได้จ่ายตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด ให้คำนวณภาษีตามเกณฑ์ในมาตรา 48 (5) เป็นเงินภาษีทั้งสิ้นเท่าใดให้หักเป็นเงินภาษีไว้เท่านั้น

ในกรณีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (2) นอกจากที่ระบุไว้ในวรรคสามที่จ่ายให้แก่ผู้รับซึ่งมิได้เป็นผู้อยู่ในประเทศไทย ให้คำนวณหักในอัตราร้อยละ 15.0 ของเงินได้

(พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 16) พ.ศ. 2534 ใช้บังคับ 1 ม.ค. 2535 เป็นต้นไป)

(1) 就第40条(1)及(2)项规定的应税所得而言,应将支付的应税所得乘以应支付的次数,以得出如同已支付全年所得之金额;按第48条的标准计算所得税总额后,除以应支付的次数,所得结果为多少,即扣除多少金额作为预扣税。

若按前款规定除以应支付的次数后无法整除而有余数,则将该余数金额并入当年最后一次应扣除的税款中,以使全年累计扣除的税款总额等于全年应缴纳的税款总额。

(经1959年法案(第16号)修订,自1959年11月5日起施行)

就第40条(1)及(2)项规定的应税所得而言,若该所得为雇主因离职而一次性支付、且根据工作年限并按照税务厅厅长规定的标准、方法及条件计算支付的,应按第48条(5)的标准计算所得税总额,并扣除该总额作为预扣税。

就第40条(2)项规定的应税所得而言,除第三款所述情形外,若支付给非泰国居民的收款人,应按所得金额的15.0%进行计算扣缴。

(经1991年紧急法令(第16号)修订,自1992年1月1日起施行)

(2) ในกรณีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (3) และ (4) ให้คำนวณหักตามอัตราภาษีเงินได้ เว้นแต่

(ข) ในกรณีเงินได้พึงประเมินที่ระบุในมาตรา 48 (3) (ก) และ (ค) ให้คำนวณหักในอัตราร้อยละ 15.0 ของเงินได้

(ค) ในกรณีเงินได้พึงประเมินที่ระบุในมาตรา 48 (3) (ข) ให้ถือว่าผู้ออกตั๋วเงิน ผู้ออกตราสารแสดงสิทธิในหนี้ หรือนิติบุคคลผู้โอนตั๋วเงินหรือตราสารดังกล่าว ให้แก่ผู้มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้ตามส่วนนี้เป็นผู้จ่ายเงินได้พึงประเมิน และให้เรียกเก็บภาษีเงินได้จากผู้มีเงินได้ในอัตราร้อยละ 15.0 ของเงินได้และให้ถือว่าภาษีที่เรียกเก็บนั้นเป็นภาษีที่หักไว้

(ง) ในกรณีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (4) (ก) ที่มิได้ระบุใน (ข) และ (ค) แห่งมาตรานี้ ถ้าผู้จ่ายเงินได้มิใช่เป็นนิติบุคคลและจ่ายให้แก่ผู้รับซึ่งเป็นผู้อยู่ในประเทศไทยไม่ต้องหักภาษีตามมาตรานี้

(จ) ในกรณีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (4) (ข) ให้คำนวณหักในอัตราร้อยละ 10.0 ของเงินได้

(พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 16) พ.ศ. 2534 ใช้บังคับ 1 ม.ค. 2535 เป็นต้นไป)

(ฉ) ในกรณีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (4) (ซ) และ (ฌ) ให้คำนวณหักในอัตราร้อยละ 15.0 ของเงินได้

(พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 19) พ.ศ. 2561 ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 14 พฤษภาคม 2561 เป็นต้นไป)

(2) 就第40条(3)及(4)项规定的应税所得而言,应按所得税税率计算扣缴,但下列情形除外:

(b) 就第48条(3)(a)及(c)项规定的应税所得而言,应按所得金额的15.0%进行计算扣缴。

(c) 就第48条(3)(b)项规定的应税所得而言,应视为票据出票人、债务权利凭证出具人或将该票据或凭证转让给本部分所得税纳税义务人的法人为应税所得的支付人,并应按所得金额的15.0%向所得人征收所得税,且应视为该征收的税款为已预扣税。

(d) 就第40条(4)(a)项规定的、且未在本条(b)及(c)项中规定的应税所得而言,若支付人非法人且支付给身为泰国居民的收款人,则无需按本条规定扣缴税款。

(e) 就第40条(4)(b)项规定的应税所得而言,应按所得金额的10.0%进行计算扣缴。

(经1991年紧急法令(第16号)修订,自1992年1月1日起施行)

(f) 在根据第40条(4)(z)及(zh)项规定的应税所得情况下,按应税所得的15.0%的税率计算扣缴

(经2018年紧急法令(第19号)修订,自2018年5月14日起施行)

(3) ในกรณีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (5) และ (6) ที่จ่ายให้แก่ผู้รับซึ่งมิได้เป็นผู้อยู่ในประเทศไทยให้คำนวณหักในอัตราร้อยละ 15.0 ของเงินได้

(พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 16) พ.ศ. 2534 ใช้บังคับ 1 ม.ค.2535 เป็นต้นไป)

(3) 在根据第40条(5)及(6)项规定的应税所得支付给非泰国居民收款人的情况下,按应税所得的15.0%的税率计算扣缴

(经1991年紧急法令(第16号)修订,自1992年1月1日起施行)

(4) นอกจากกรณีตาม (5) ในกรณีผู้จ่ายเงินตามมาตรานี้เป็นรัฐบาล องค์การของรัฐบาล เทศบาล สุขาภิบาล หรือองค์การบริหารราชการส่วนท้องถิ่นอื่น ซึ่งจ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (5) (6) (7) หรือ (8) แต่ไม่รวมถึงการจ่ายค่าซื้อพืชผลทางการเกษตรให้กับผู้รับรายหนึ่ง ๆ มีจำนวนรวมทั้งสิ้นตั้งแต่ 10,000 บาทขึ้นไป แม้การจ่ายนั้นจะได้แบ่งจ่ายครั้งหนึ่ง ๆ ไม่ถึง 10,000 บาทก็ดี ให้คำนวณหักในอัตราร้อยละ 1 ของยอดเงินได้พึงประเมินแต่เฉพาะเงินได้ในการประกวดหรือแข่งขันให้คำนวณหักตามอัตราภาษีเงินได้

(พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 13) พ.ศ. 2527 ใช้บังคับสำหรับเงินได้ปีภาษี 2528 เป็นต้นไป)

(4) 除(5)项规定的情况外,若根据本条规定的付款人为政府、政府机构、自治市、卫生署或其他地方行政机构,且支付第40条(5)(6)(7)或(8)项规定的应税所得,但不包括向单个收款人支付购买农产品的款项,且总额达到10,000泰铢及以上,即使该笔款项分多次支付且每次支付金额不足10,000泰铢,亦应按应税所得总额的1%的税率计算扣缴;但仅限竞赛或比赛所得,应按个人所得税税率计算扣缴

(经1984年紧急法令(第13号)修订,适用于1985年及以后的纳税年度)

(5) ในกรณีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (8) เฉพาะที่จ่ายให้แก่ผู้รับซึ่งขายอสังหาริมทรัพย์ ให้คำนวณหักดังต่อไปนี้

(ก) สำหรับอสังหาริมทรัพย์อันเป็นมรดกหรืออสังหาริมทรัพย์ที่ได้รับจากการให้โดยเสน่หา ให้คำนวณภาษีตามเกณฑ์ในมาตรา 48 (4) (ก) เป็นเงินภาษีทั้งสิ้นเท่าใด ให้หักเป็นเงินภาษีไว้เท่านั้น

(ข) สำหรับอสังหาริมทรัพย์ที่ได้มาโดยทางอื่นนอกจาก (ก) ให้หักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมาตามที่กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา แล้วคำนวณภาษีตามเกณฑ์ในมาตรา 48 (4) (ข) เป็นเงินภาษีทั้งสิ้นเท่าใด ให้หักเป็นเงินภาษีไว้เท่านั้น

(5) 在根据第40条(8)项规定的应税所得中,仅针对支付给出售不动产的收款人的部分,按如下方式计算扣缴

(a) 对于作为遗产的不动产或通过赠与获得的不动产,按第48条(4)(a)项的标准计算税款,总计应缴税款为多少,则扣缴多少税款

(b) 对于通过(a)项以外的其他方式获得的不动产,按敕令规定的标准扣除定额费用后,按第48条(4)(b)项的标准计算税款,总计应缴税款为多少,则扣缴多少税款

(6) ในกรณีการโอนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในอสังหาริมทรัพย์โดยไม่มีค่าตอบแทน ให้ผู้โอนหักภาษีตามเกณฑ์ใน (5) โดยถือว่าผู้โอนเป็นผู้จ่ายเงินได้ ( พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 9) พ.ศ. 2525 ใช้บังคับ 27 ก.พ. 2525 เป็นต้นไป)

(พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 40) พ.ศ. 2558)

(6) 在不动产所有权或占有权无偿转移的情况下,由转让人按(5)项的标准扣缴税款,并视转让人为所得支付人 (经1982年紧急法令(第9号)修订,自1982年2月27日起施行)

(2015年法案修订(第40号))

第 50之二 条

มาตรา 50 ทวิ ให้ผู้มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย ออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายที่ได้หักไว้แล้วในปีภาษีให้แก่ผู้ถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายสองฉบับมีข้อความตรงกัน ในกรณีและตามกำหนดเวลา ดังต่อไปนี้

第50条之二 预扣税义务人应就纳税年度内已扣缴的税款,向被扣缴义务人出具两份内容一致的预扣税证明书,情形及期限如下:

(1) ในกรณีตามมาตรา 3 เตรส ให้ออกในทันทีทุกครั้งที่มีการหักภาษี ณ ที่จ่าย

(1) 依照第50条之三的情形,应在每次进行预扣税时立即出具

(2) ในกรณีตามมาตรา 50 (1) ให้ออกภายในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ของปีถัดจากปีภาษี หรือภายในหนึ่งเดือนนับแต่วันที่ผู้ถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายออกจากงานในระหว่างปีภาษี

(2) 依照第50条(1)的情形,应在纳税年度次年的2月15日之前,或在被扣缴义务人于纳税年度期间离职之日起一个月内出具

(3) ในกรณีตามมาตรา 50 (2) (3) หรือ (4) ให้ออกในทันทีทุกครั้งที่มีการหักภาษี ณ ที่จ่าย

หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายให้ใช้ตามแบบที่อธิบดีกำหนด

อธิบดีมีอำนาจยกเว้นการออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายได้ในกรณีที่เห็นสมควร

(พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2521 ใช้บังคับ 31 ธ.ค. 2521 เป็นต้นไป)

(3) 依照第50条(2)、(3)或(4)的情形,应在每次进行预扣税时立即出具

预扣税证明书应按税务厅厅长规定的格式使用

税务厅厅长在认为适当的情况下,有权豁免出具预扣税证明书

(经1978年紧急法令(第5号)修订,自1978年12月31日起施行)

第 51 条

มาตรา 51 เจ้าพนักงานประเมินอาจส่งหนังสือแจ้งความแก่บุคคล ห้างหุ้นส่วน บริษัท สมาคม หรือคณะบุคคลให้ยื่นบัญชีจ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (1) (2) (3) (4) และ (7) หรือพยานหลักฐานอื่นอันควรแก่เรื่องเพื่อตรวจสอบการหักภาษี ณ ที่จ่ายได้ตามที่เห็นสมควร และผู้ได้รับหนังสือแจ้งความต้องปฏิบัติตามภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งความ

第51条 评税官可向个人、合伙企业、公司、协会或非法人团体发送通知书,要求其提交根据第40条

(1)

(2)

(3)

(4) 及

(7) 项规定的应税所得支付账目,或其他与事项相关的适当证据,以便按其认为合适的方式核查预扣税,且通知书接收人必须在收到通知书之日起十五日内予以遵守

(พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2494 ใช้บังคับ 25 เม.ย. 2494 เป็นต้นไป)

(经1951年法案(第8号)修订,自1951年4月25日起施行)

第 52 条

มาตรา 52 บุคคล ห้างหุ้นส่วน บริษัท สมาคม หรือคณะบุคคลซึ่งมีหน้าที่หักภาษีตามมาตรา 50 (1) (2) (3) และ (4) ต้องนำเงินภาษีที่ตนมีหน้าที่ต้องหักไปส่ง ณ ที่ว่าการอำเภอภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่จ่ายเงิน ไม่ว่าตนจะได้หักภาษีไว้แล้วหรือไม่

第52条 个人、合伙企业、公司、协会或根据第50条

(1)

(2)

(3) 及

(4) 项承担预扣税义务的人员,必须在支付款项之日起七日内,将负有预扣义务的税款送缴至县政府办事处,无论其是否已实际扣除税款。

(พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 9 ) พ.ศ. 2525 ใช้บังคับ 27 ก.พ. 2525 เป็นต้นไป)

(经1982年紧急法令(第9号)修订,自1982年2月27日起施行)

ภาษีที่คำนวณหักไว้ตามมาตรา 50 (5) และ (6) ให้ผู้มีหน้าที่หักภาษีนำส่งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้รับจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมในขณะที่มีการจดทะเบียนและห้ามพนักงานเจ้าหน้าที่ลงนามรับรู้ยอมให้ทำหรือบันทึกไว้จนกว่าจะได้รับเงินภาษีที่นำส่งไว้ครบถ้วนถูกต้องแล้ว และในกรณีที่ไม่มีการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม ให้นำส่งตามวรรคหนึ่ง

根据第50条

(5) 及

(6) 项计算并扣除的税款,由负有预扣税义务的人员在办理权利及法律行为登记时,送缴至负责登记权利及法律行为的官员;在收到完整且正确的应缴税款之前,禁止官员签署确认、允许办理或予以记录;若未办理权利及法律行为登记,则按第一款规定送缴。

(พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 11) พ.ศ. 2525 ใช้บังคับ 17 ต.ค. 2525 เป็นต้นไป)

(经1982年紧急法令(第11号)修订,自1982年10月17日起施行)

ภาษีหัก ณ ที่จ่ายตามวรรคสองให้ส่งเป็นรายได้แผ่นดินตามระเบียบที่รัฐมนตรีกำหนด

第二款所述之预扣税应按照财政部长规定的规章作为国库收入送缴。

(พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 9) พ.ศ. 2525 ใช้บังคับ 27 ก.พ. 2525 เป็นต้นไป)

(经1982年紧急法令(第9号)修订,自1982年2月27日起施行)

第 52之二 条

มาตรา 52 ทวิ ก่อนถึงกำหนดเวลายื่นรายการตามความในมาตรา 56 ผู้มีเงินได้พึงประเมินประเภทที่ไม่ต้องถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย ถ้ามีเงินได้พึงประเมินตั้งแต่ 10,000 บาทขึ้นไป จะนำภาษีตามเกณฑ์ในมาตรา 48 ไปชำระต่ออำเภอ ณ ที่ว่าการอำเภอพร้อมกับยื่นรายการตามแบบที่อธิบดีกำหนดก็ได้

ภาษีที่ชำระตามความในวรรคก่อน ให้ถือเป็นเครดิตของผู้ต้องเสียภาษีในการคำนวณภาษี

(พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 12 ) พ.ศ. 2497 ใช้บังคับ 12 ต.ค. 2497 เป็นต้นไป)

第52条之二 在根据第56条规定进行申报前,无需被预扣税的应税所得人,若应税所得自10,000泰铢起,亦可按照第48条规定的标准将税款在提交由税务厅厅长规定的申报表的同时,前往县政府办公地向县政府缴纳。

按前款规定缴纳的税款,应视为纳税人在计算税款时的抵免额。

(经1954年法案(第12号)修订,自1954年10月12日起施行)

第 53 条

มาตรา 53 ในกรณีรัฐบาลหรือองค์การรัฐบาลเป็นผู้จ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 ให้เป็นหน้าที่ของเจ้าพนักงานผู้จ่ายเงินที่จะตรวจสอบให้แน่ว่าจำนวนเงินภาษีที่จะต้องหักตามมาตรา 50 นั้น ได้คำนวณและจดไว้ในฎีกาเบิกเงินแล้วและให้เป็นหน้าที่ที่จะหักเงินจำนวนนั้นก่อนจ่าย แต่ถ้ามิได้มีการตั้งฎีกาเบิกเงินก็ให้เจ้าพนักงานผู้จ่ายเงินปฏิบัติตามมาตรา 50 มาตรา 52 และมาตรา 59 โดยอนุโลม

(พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 11 ) พ.ศ. 2497 ใช้บังคับ 16 ก.พ. 2497 เป็นต้นไป)

第53条 若政府或政府机构为第40条规定的应税所得之支付方,则支付人员有责任确保根据第50条应扣缴之税款金额已在拨款申请单中计算并记录,并有责任在支付前扣除该金额;但若未编制拨款申请单,则支付人员应比照适用第50条、第52条及第59条之规定。

(经1954年法案(第11号)修订,自1954年2月16日起施行)

第 54 条

มาตรา 54 ถ้าผู้จ่ายเงินตามมาตรา 50 และมาตรา 53 มิได้หักและนำเงินส่ง หรือได้หักและนำเงินส่งแล้วแต่ไม่ครบจำนวนที่ถูกต้อง ผู้จ่ายเงินต้องรับผิดร่วมกับผู้มีเงินได้ในการเสียภาษีที่ต้องชำระตามจำนวนเงินภาษีที่มิได้หักและนำส่งหรือตามจำนวนที่ขาดไป แล้วแต่กรณี

ในกรณีที่ผู้จ่ายเงินได้หักเงินภาษีไว้ตามมาตรา 50 หรือมาตรา 53 แล้ว ให้ผู้มีเงินได้ซึ่งต้องเสียภาษีพ้นความรับผิดที่จะต้องชำระเงินภาษีเท่าจำนวนที่ผู้จ่ายเงินได้หักไว้แล้วนั้น และให้ผู้จ่ายเงินรับผิดชำระเงินภาษีจำนวนนั้นแต่ฝ่ายเดียว

(พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 16 ) พ.ศ. 2502 ใช้บังคับ 5 พ.ย. 2502 เป็นต้นไป)

第54条 若根据第50条及第53条规定之付款人未进行扣缴并缴纳,或已进行扣缴并缴纳但金额不正确,则付款人须与所得人就应缴纳之税款,就未扣缴并缴纳之税款金额或欠缴之金额(视具体情况而定),承担连带纳税责任。

在付款人已根据第50条或第53条规定扣缴税款的情况下,应纳税之所得人就其已扣缴之税款金额部分,免除缴纳税款之责任,并应由付款人单独承担该金额之税款缴纳责任。

(经1959年法案(第16号)修订,自1959年11月5日起施行)

第 55 条

มาตรา 55 อำนาจการเก็บเงินภาษีโดยวิธีหักไว้ตามมาตรา 50 และมาตรา 53 มิให้เป็นเหตุเสื่อมสิทธิของเจ้าพนักงานประเมินในการที่จะเรียกเก็บเงินภาษีนั้นโดยวิธีอื่น

第55条 根据第50条及第53条以预扣方式征收税款之权力,不得损害评税官以其他方式征收该税款之权利

第 56 条

มาตรา 56 ให้บุคคลทุกคน เว้นแต่ผู้เยาว์ หรือผู้ที่ศาลสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ ยื่นรายการเกี่ยวกับเงินได้พึงประเมินที่ตนได้รับในระหว่างปีภาษีที่ล่วงมาแล้วพร้อมทั้งข้อความอื่น ๆ ภายในเดือนมีนาคม ทุก ๆ ปี ตามแบบที่อธิบดีกำหนดต่อเจ้าพนักงานซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งถ้าบุคคลนั้น

(พระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 44) พ.ศ. 2560 ดูประกาศกระทรวงการคลัง (ขยายเวลาชำระภาษีของผู้ออกจากราชการ)) (2) ไม่มีสามีหรือภริยาและมีเงินได้พึงประเมินในปีภาษีที่ล่วงมาแล้วเฉพาะตามมาตรา 40 (1) ประเภทเดียวเกิน 120,000 บาท (3) มีสามีหรือภริยาและมีเงินได้พึงประเมินในปีภาษีที่ล่วงมาแล้วเกิน 120,000 บาท หรือ (4) มีสามีหรือภริยาและมีเงินได้พึงประเมินในปีภาษีที่ล่วงมาแล้วเฉพาะตามมาตรา 40 (1) ประเภทเดียวเกิน 220,000 บาท

(พระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 44) พ.ศ. 2560)

ในกรณีห้างหุ้นส่วนสามัญหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคลมีเงินได้พึงประเมินในปีภาษีที่ล่วงมาแล้วเกินจำนวนตาม (1) ให้ผู้อำนวยการหรือผู้จัดการยื่นรายการเกี่ยวกับเงินได้พึงประเมินในชื่อของห้างหุ้นส่วนหรือคณะบุคคลนั้นที่ได้รับในระหว่างปีภาษีที่ล่วงมาแล้วภายในกำหนดเวลาและตามแบบเช่นเดียวกับวรรคก่อน การเสียภาษีในกรณีเช่นนี้ให้ผู้อำนวยการหรือผู้จัดการรับผิดเสียภาษีในชื่อของห้างหุ้นส่วนหรือคณะบุคคลนั้นจากยอดเงินได้พึงประเมินทั้งสิ้นเสมือนเป็นบุคคลธรรมดาคนเดียวไม่มีการแบ่งแยก ทั้งนี้ ผู้เป็นหุ้นส่วนหรือบุคคลในคณะบุคคลแต่ละคนไม่จำต้องยื่นรายการเงินได้สำหรับจำนวนเงินได้พึงประเมินดังกล่าวเพื่อเสียภาษีอีก แต่ถ้าห้างหุ้นส่วนหรือคณะบุคคลนั้นมีภาษีค้างชำระ ให้ผู้เป็นหุ้นส่วนหรือบุคคลในคณะบุคคลทุกคนร่วมรับผิดในเงินภาษีที่ค้างชำระนั้นด้วย

(พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 13) พ.ศ. 2527 ใช้บังคับสำหรับเงินได้ปีภาษี 2528 เป็นต้นไป)

第56条 所有人,除未成年人,或经法院裁定为无行为能力人或限制行为能力人者外,均应在每年3月内,按照税务厅厅长规定的格式,向财政部长委任的官员申报其在上一纳税年度内获得的应税所得及其他相关信息,若该人

(经2017年法案修订税法典(第44号)) 参见财政部公告(延长离职人员纳税期限)

(2) 无配偶且在上一纳税年度内仅有第40条

(1) 项下的一类应税所得且超过120,000 บาท

(3) 有配偶且在上一纳税年度内应税所得超过120,000 บาท 或

(4) 有配偶且在上一纳税年度内仅有第40条

(1) 项下的一类应税所得且超过220,000 บาท

(经2017年法案修订税法典(第44号))

若普通合伙或非法人团体在上一纳税年度内的应税所得超过(1)项规定的金额,应由董事或经理在规定的期限内,按照与前款相同的格式,以该合伙或团体的名义申报其在上一纳税年度内获得的应税所得。在此类情况下,纳税应由董事或经理以该合伙或团体的名义,按全部应税所得总额承担纳税责任,视同单一自然人且不进行分割。据此,合伙人或团体中的各成员无需再就上述应税所得金额进行申报纳税;但若该合伙或团体有欠税,则合伙人或团体中的每一位成员均须对该欠税承担连带责任。

(经1984年紧急法令(第13号)修订,自1985年纳税年度起施行)

第 56之二 条

มาตรา 56 ทวิ เพื่อประโยชน์ในการจัดเก็บภาษีก่อนถึงกำหนดเวลาตามมาตรา 56 ให้ผู้มีหน้าที่ยื่นรายการตามมาตรา 56 มาตรา 57 มาตรา 57 ทวิ และมาตรา 57 ตรี ยื่นรายการตามแบบที่อธิบดีกำหนด แสดงรายการเงินได้เฉพาะตามมาตรา 40 (5) (6) (7) หรือ (8) ไม่ว่าจะมีเงินได้ประเภทอื่นรวมอยู่ด้วยหรือไม่ ที่ได้รับตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเดือนมิถุนายน ภายในเดือนกันยายนของทุกปีภาษี

เงินได้ตามมาตรา 40 (5) ตามวรรคหนึ่ง ไม่รวมถึงเงินกินเปล่า เงินช่วยค่าก่อสร้าง เงินค่าซ่อมแซม ค่าแห่งอาคารหรือโรงเรือนที่ได้รับกรรมสิทธิ์

การยื่นรายการตามวรรคหนึ่ง ให้คำนวณภาษีตามมาตรา 48 โดยหักลดหย่อนตามมาตรา 47 ให้กึ่งหนึ่ง และชำระภาษีถ้ามีพร้อมกับการยื่นรายการนั้นต่อเจ้าพนักงานตามมาตรา 56

ภาษีที่ชำระตามวรรคสาม ให้ถือเป็นเครดิตในการคำนวณภาษีที่ต้องชำระตามมาตรา 57 จัตวา

(พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 13) พ.ศ. 2527 ใช้บังคับสำหรับเงินได้ปีภาษี 2528 เป็นต้นไป)

第56条之二 为便于在第56条规定的期限届满前征收税款,根据第56条、第57条、第57条之二及第57条之三规定负有申报义务的人员,应按税务厅厅长规定的格式提交申报表,仅申报第40条(5)(6)(7)或(8)项下的应税所得,无论是否包含其他类型的所得,且该所得为自1月至6月期间所获,应在每个纳税年度的9月内提交。

第一款项下的第40条(5)项所得,不包括入股费、建筑补贴、维修费、已取得所有权的建筑物或房屋的价值。

根据第一款进行申报时,应按第48条计算税款,但根据第47条规定的扣除额仅减半扣除,如有税款应随该申报表一并向第56条规定的评税官缴纳。

第三款项下缴纳的税款,应视为计算第57条之四项下应纳税额时的抵免额。

(经1984年紧急法令(第13号)修订,适用于1985年及以后的纳税年度)

第 57 条

มาตรา 57 ถ้าผู้มีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 56 วรรค 1 เป็นผู้เยาว์ ผู้ที่ศาลสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถหรือเป็นผู้อยู่ในต่างประเทศ ให้เป็นหน้าที่ของผู้แทนโดยชอบธรรม ผู้อนุบาล ผู้พิทักษ์ หรือผู้จัดการกิจการอันก่อให้เกิดเงินได้พึงประเมินนั้น แล้วแต่กรณี ต้องปฏิบัติตามมาตรา 56 วรรค 1 และเป็นตัวแทนในการชำระภาษี

(พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 18) พ.ศ. 2504 ใช้บังคับสำหรับเงินได้ปีภาษี 2505 เป็นต้นไป)

第57条 若根据第56条第一款规定之应税所得人系未成年人、被法院判定为无行为能力人或限制行为能力人或居住在国外者,应由其法定代理人、监护人、保佐人或产生该应税所得之业务管理人(视具体情况而定)负责履行第56条第一款之义务,并作为缴纳税款之代理人。

(经1961年法案(第18号)修订,自2505纳税年度起施行)

第 57之二 条

มาตรา 57 ทวิ ถ้าผู้มีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 56 วรรค 1 ถึงแก่ความตายเสียก่อนที่ผู้นั้นได้ปฏิบัติตามมาตรา 56 วรรค 1 หรือก่อนที่ผู้แทนโดยชอบธรรม ผู้อนุบาลหรือผู้พิทักษ์ได้ปฏิบัติตามมาตรา 57 ให้เป็นหน้าที่ของผู้จัดการมรดก หรือทายาท หรือผู้ครอบครองทรัพย์มรดก แล้วแต่กรณี ปฏิบัติแทน และโดยเฉพาะในการยื่นรายการเงินได้พึงประเมินของผู้ตายนั้น ให้รวมเงินได้พึงประเมินของผู้ตายและของกองมรดกที่ได้รับตลอดปีภาษีที่ผู้นั้นถึงแก่ความตาย เป็นยอดเงินได้พึงประเมินที่จะต้องยื่นทั้งสิ้น

(พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 18) พ.ศ. 2504 ใช้บังคับสำหรับเงินได้ปีภาษี 2505 เป็นต้นไป)

สำหรับในปีต่อไปถ้ากองมรดกของผู้ตายยังมิได้แบ่งและมีเงินได้พึงประเมินในปีภาษีที่ล่วงมาแล้วเกินจำนวนตามมาตรา 56 (1) ให้ผู้จัดการมรดกหรือทายาทหรือผู้ครอบครองทรัพย์มรดก แล้วแต่กรณี มีหน้าที่จะต้องปฏิบัติตามบทบัญญัติในส่วนนี้ในชื่อกองมรดกของผู้ตาย

(พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 18) พ.ศ. 2504 ใช้บังคับสำหรับเงินได้ปีภาษี 2505 เป็นต้นไป)

第57条之二 若根据第56条第一款规定之应税所得人,在履行第56条第一款规定之前或法定代理人、监护人或保护人履行第57条规定之前死亡,则应由遗产管理人、继承人或遗产财产占有人(视具体情况而定)代为履行;特别是在申报死者的应税所得项目时,应将死者在死亡纳税年度内所取得的死者个人应税所得及遗产总额合并,作为须申报的全部应税所得总额。

(经1961年法案(第18号)修订,自1962年纳税年度起施行)

对于随后的年度,若死者的遗产尚未分割,且在已过去的纳税年度内取得的应税所得超过第56条(1)项规定的金额,则遗产管理人、继承人或遗产财产占有人(视具体情况而定)有义务以死者遗产名义履行本部分之规定。

(经1961年法案(第18号)修订,自1962年纳税年度起施行)

第 57之三 条

มาตรา 57 ตรี ในการเก็บภาษีเงินได้จากสามีและภริยานั้น ถ้าสามีและภริยาอยู่ร่วมกันตลอดปีภาษีที่ล่วงมาแล้ว ให้ถือเอาเงินได้พึงประเมินของภริยาเป็นเงินได้ของสามี และให้สามีมีหน้าที่และความรับผิดในการยื่นรายการและเสียภาษี แต่ถ้าภาษีค้างชำระและภริยาได้รับแจ้งล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วันแล้ว ให้ภริยาร่วมรับผิดในการเสียภาษีที่ค้างชำระนั้นด้วย

ถ้าสามีหรือภริยามีความประสงค์จะยื่นรายการแยกกันก็ให้ทำได้ โดยแจ้งให้เจ้าพนักงานประเมินทราบภายในเวลาซึ่งกำหนดให้ยื่นรายการ แต่การแยกกันยื่นรายการนั้น ไม่ทำให้ภาษีที่ต้องเสียเปลี่ยนแปลงอย่างใด

ถ้าเห็นสมควร เจ้าพนักงานประเมินอาจแบ่งภาษีออกตามส่วนของเงินได้พึงประเมินที่สามีและภริยาแต่ละฝ่ายได้รับ และแจ้งให้สามีและภริยาเสียภาษีเป็นคนละส่วนก็ได้ แต่ถ้าภาษีส่วนของฝ่ายใดค้างชำระและอีกฝ่ายหนึ่งได้รับแจ้งล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วันแล้ว ให้อีกฝ่ายหนึ่งนั้นร่วมรับผิดในการเสียภาษีที่ค้างชำระนั้นด้วย

การที่สามีภริยาอยู่ต่างท้องที่กันหรือต่างคนต่างอยู่เป็นครั้งคราวยังคงถือว่าอยู่ร่วมกัน

(พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2489 ใช้บังคับสำหรับเงินได้ปีภาษี 2490 เป็นต้นไป)

(ยกเลิกตาม พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 18) พ.ศ. 2555 ใช้บังคับสำหรับเงินได้ปีภาษี 2555 เป็นต้นไป ) ดูคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป.115/2545 -->

第57条之三 在征收配偶个人所得税时,若丈夫与妻子在过去的纳税年度内一直共同生活,应将妻子的应税所得视为丈夫的所得,并由丈夫承担申报及缴纳税款的义务与责任;但若税款欠缴且妻子已提前不少于7天收到通知,则妻子应共同承担该欠缴税款的缴纳责任。

若丈夫或妻子希望分别进行申报,可以在规定的申报期限内通知评税官,但分别申报并不改变应纳税额。

若认为适宜,评税官可根据丈夫与妻子各自获得的应税所得比例划分税款,并通知丈夫与妻子分别缴纳各自的部分;但若其中一方的税款欠缴且另一方已提前不少于7天收到通知,则另一方应共同承担该欠缴税款的缴纳责任。

丈夫与妻子居住在不同地区或偶尔分居的情况,仍视为共同生活。

(经1946年法案(第5号)修订,自1947年纳税年度起施行)

(根据2012年紧急法令(第18号)予以废止,自2012年纳税年度起施行) 参见税务厅第 ป.115/2545 号指令 -->

第 57之四 条

มาตรา 57 จัตวา ภายใต้บังคับมาตรา 64 การยื่นรายการตามมาตรา 56 มาตรา 57 มาตรา 57 ทวิ มาตรา 57 ตรี หรือมาตรา 57 เบญจ ถ้ามีภาษีต้องเสียให้ชำระต่ออำเภอ ณ ที่ว่าการอำเภอท้องที่ภายในกำหนดเวลาพร้อมกับการยื่นรายการ

(พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 25) พ.ศ. 2525 ใช้บังคับ 3 ก.ค. 2525 เป็นต้นไป)

第57条之四 在不违反第64条规定的情况下,根据第56条、第57条、第57条之二、第57条之三或第57条之五进行的申报,如有应纳税款,应在规定期限内随申报一并向当地县政府办公地所属县级税务机关缴纳。

(经1982年法案(第25号)修订,自1982年7月3日起施行)

第 57之五 条

มาตรา 57 เบญจ ถ้าภริยามีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (1) ในปีภาษีที่ล่วงมาแล้ว ไม่ว่าจะมีเงินได้พึงประเมินอื่นด้วยหรือไม่ ภริยาจะแยกยื่นรายการและเสียภาษีต่างหากจากสามีเฉพาะส่วนที่เป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (1) โดยมิให้ถือว่าเป็นเงินได้ของสามีตามมาตรา 57 ตรี ก็ได้

ในกรณีที่ภริยาแยกยื่นรายการตามวรรคหนึ่ง ให้สามีและภริยาต่างฝ่ายต่างหักลดหย่อนได้ดังนี้ (1) สำหรับผู้มีเงินได้ตามมาตรา 47 (1) (ก)

<!-- (2)สำหรับบุตรที่หักลดหย่อนได้ตามอัตราที่กำหนดไว้ในมาตรา 47 (1) (ค) และ (ฉ) คนละกึ่งหนึ่ง

--> (2) สำหรับบุตรที่หักลดหย่อนได้ตามอัตราที่กำหนดไว้ในมาตรา 47 (1) (ค) (ฉ) และ (ฎ) คนละกึ่งหนึ่ง

(พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 37) พ.ศ. 2552 ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป (3) สำหรับเบี้ยประกันตามมาตรา 47 (1) (ง) วรรคหนึ่ง (4) สำหรับเงินสมทบที่ผู้ประกันตนจ่ายเข้ากองทุนประกันสังคม ตามมาตรา 47 (1) (ฌ)

(พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 16) พ.ศ. 2534 ใช้บังคับสำหรับเงินได้ปีภาษี 2535 เป็นต้นไป) (5) สำหรับเงินสะสมที่จ่ายเข้ากองทุน สำรองเลี้ยงชีพ ตามมาตรา 47 (1) (ช) (6) สำหรับดอกเบี้ยเงินกู้ยืมตามมาตรา 47 (1) (ซ) กึ่งหนึ่ง (7) สำหรับเงินบริจาคส่วนของตนตามมาตรา 47 (7)

ในกรณีผู้มีเงินได้มิได้เป็นผู้อยู่ในประเทศไทย การหักลดหย่อนตาม (2) ให้หักได้เฉพาะบุตรที่อยู่ในประเทศไทย

ถ้าสามีและภริยามีเงินได้พึงประเมินในปีภาษีที่ล่วงมาแล้วเฉพาะตามมาตรา 40 (1) ประเภทเดียวรวมกันไม่เกินจำนวนตามมาตรา 56 (4) ไม่ว่าแต่ละฝ่ายจะมีเงินได้เป็นจำนวนเท่าใด สามีและภริยาไม่ต้องยื่นรายการเงินได้พึงประเมิน

(พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 14) พ.ศ. 2529 ใช้บังคับสำหรับเงินได้ปีภาษี 2529 เป็นต้นไป)

(ยกเลิกตาม พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 18) พ.ศ. 2555 ใช้บังคับสำหรับเงินได้ปีภาษี 2555 เป็นต้นไป)

第57条之五 若妻子在过去的纳税年度拥有第40条(1)项下的应税所得,无论是否还拥有其他应税所得,妻子均可就第40条(1)项下的应税所得部分单独进行申报并缴纳税款,且不视为第57条之三项下的丈夫所得。

在妻子按第一款单独申报的情况下,丈夫与妻子各自可按如下方式进行扣除:

(1) 针对第47条(1)(a)项下的所得人

(2) 针对按第47条(1)(c)(f)及(g)项规定之税率可扣除的子女,各半扣除

(经2009年税法典修正案(第37号)修订,自政府公报公布之次日起施行

(3) 针对第47条(1)(d)项第一款规定的保险费

(4) 针对根据第47条(1)(e)项由被保险人缴纳至社会保险基金的缴纳款

(经1991年紧急法令(第16号)修订,自1992年纳税年度所得起施行)

(5) 针对根据第47条(1)(f)项缴纳至公积金的积蓄金

(6) 针对第47条(1)(g)项规定的贷款利息,各半扣除

(7) 针对第47条(7)项规定的其自身捐赠款

在所得人非居住在泰国境内的情况下,第(2)项下的扣除仅限针对居住在泰国的子女

若丈夫与妻子在过去的纳税年度仅拥有第40条(1)项下单一类型的应税所得,且合计金额不超过第56条(4)项规定的金额,无论各方所得金额多少,丈夫与妻子均无需申报应税所得

(经1986年紧急法令(第14号)修订,自1986年纳税年度所得起施行)

(根据1992年紧急法令(第18号)修订予以废止,自2012年纳税年度所得起施行)

第 57之六 条

มาตรา 57 ฉ ในการเก็บภาษีเงินได้จากสามีและภริยานั้น ให้สามีและภริยาต่างฝ่ายต่างมีหน้าที่ยื่นรายการเกี่ยวกับเงินได้พึงประเมินที่ตนได้รับในระหว่างปีภาษีที่ล่วงมาแล้วตามมาตรา 56

ในกรณีที่เงินได้พึงประเมินไม่อาจแยกได้อย่างชัดแจ้งว่าเป็นของสามีหรือภริยาแต่ละฝ่ายจำนวนเท่าใด ให้ถือเป็นเงินได้พึงประเมินของสามีและภริยาฝ่ายละกึ่งหนึ่ง เว้นแต่เงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (8) สามีและภริยาจะแบ่งเงินได้พึงประเมินเป็นของแต่ละฝ่ายตามส่วนที่ตกลงกันก็ได้ แต่รวมกันต้องไม่น้อยกว่าเงินได้พึงประเมินที่ได้รับ ถ้าตกลงกันไม่ได้ ให้ถือเป็นเงินได้พึงประเมินของสามีและภริยาฝ่ายละกึ่งหนึ่ง

สามีและภริยาจะตกลงยื่นรายการและเสียภาษีรวมกัน โดยให้ถือเอาเงินได้พึงประเมินของตนเป็นเงินได้ของสามีหรือภริยาอีกฝ่ายหนึ่งก็ได้ หรือจะแยกยื่นรายการและเสียภาษีเฉพาะส่วนที่เป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (1) โดยมิให้ถือเอาเป็นเงินได้ของอีกฝ่ายหนึ่งก็ได้ แต่ถ้ามีภาษีค้างชำระสามีและภริยาต้องร่วมรับผิดในการเสียภาษีที่ค้างชำระนั้น

เมื่อได้เลือกยื่นรายการตามวรรคสองและวรรคสามในปีภาษีใดแล้ว ให้ถือว่าเป็นวิธีการยื่นรายการสำหรับปีภาษีนั้นตลอดไป เว้นแต่อธิบดีจะอนุมัติให้เปลี่ยนแปลงวิธีการเลือกยื่นรายการดังกล่าว

(พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 18) พ.ศ. 2555 ใช้บังคับสำหรับเงินได้ปีภาษี 2555 เป็นต้นไป)

第57条之六 在征收配偶个人所得税时,丈夫与妻子各自负有按照第56条规定申报其在已过去的纳税年度内所获应税所得的义务

若应税所得无法明确区分属于丈夫或妻子各自的具体金额,应视为丈夫与妻子各占一半的应税所得,但根据第40条(8)项规定的应税所得,丈夫与妻子可按约定的比例分配各自的应税所得,但总额不得少于所获的应税所得;若无法达成协议,应视为丈夫与妻子各占一半的应税所得。

丈夫与妻子可约定合并申报并缴纳税款,届时可将各自的应税所得视为另一方丈夫或妻子的所得;或者可仅就属于第40条(1)项的应税所得部分分别申报并缴纳税款,且不视为另一方的所得;但若有欠缴税款,丈夫与妻子须对该欠缴税款承担连带纳税责任。

一旦在某一纳税年度选择了按第二款和第三款的方式进行申报,则该申报方式应在该纳税年度内持续适用,除非经税务厅厅长批准变更该申报方式的选择。

(经2012年紧急法令(第18号)修订,自2012年纳税年度起施行)

第 58 条

มาตรา 58 ภายในเดือนมกราคมทุก ๆ ปี

第58条 每年1月内

(1) ให้หัวหน้าส่วนราชการในกระทรวง ทบวง กรม หัวหน้าส่วนราชการตามท้องที่ หรือองค์การรัฐบาลยื่นรายการตามแบบที่อธิบดีกำหนดไปยังเจ้าพนักงานประเมิน แสดงรายการจ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 แต่ถ้าอธิบดีเห็นสมควรจะยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติก็ได้

(1) 各部、各署、各局之首长,或地方政府部门首长,或政府机构,应按税务厅厅长规定之申报表向评税官提交申报,列明根据第40条所支付之应税所得;但若税务厅厅长认为适当时,得豁免不予执行。

(2) ให้บุคคล ห้างหุ้นส่วน บริษัท สมาคม หรือคณะบุคคลผู้มีหน้าที่หักภาษีเงินได้ตามมาตรา 50 ยื่นรายการตามแบบที่อธิบดีกำหนดต่อเจ้าพนักงานประเมินแสดงรายการเกี่ยวกับเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (1) (2) และ (4)

(พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 11) พ.ศ. 2497 ใช้บังคับสำหรับเงินได้ปีภาษี 2497 เป็นต้นไป)

(2) 根据第50条负有预扣税义务之个人、合伙企业、公司、协会或非法人团体,应按税务厅厅长规定之申报表向评税官提交申报,列明关于第40条(1)、(2)及(4)项之应税所得相关事项。

(经1954年法案(第11号)修订,自1954年纳税年度起施行)

第 59 条

มาตรา 59 พร้อมกับการนำเงินภาษีส่งตามมาตรา 52 ให้บุคคล ห้างหุ้นส่วน บริษัท สมาคม หรือคณะบุคคลอื่น ยื่นรายการตามแบบที่อธิบดีกำหนด แสดงการหักภาษีเป็นรายตัวผู้มีเงินได้พึงประเมิน

第59条 在根据第52条缴纳税款的同时,个人、合伙企业、公司、协会或其他团体应按照税务厅厅长规定的格式提交纳税申报表,逐一列明对各应税所得人扣缴的税款。

第 60 条

มาตรา 60 เพื่อประโยชน์แห่งการคำนวณยอดเงินได้พึงประเมินของผู้ต้องเสียภาษี ให้ถือว่าเงินภาษีที่ได้หักและนำส่งตามความในมาตรา 50 มาตรา 52 และมาตรา 53 เป็นเงินได้พึงประเมินที่ผู้ต้องเสียภาษีได้รับ ส่วนจำนวนเงินภาษีที่หักและนำส่งไว้นั้นให้ถือเป็นเครดิตของผู้ต้องเสียภาษีในการคำนวณภาษี

(พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 12) พ.ศ. 2497 ใช้บังคับสำหรับเงินได้ปีภาษี 2497 เป็นต้นไป)

第60条 为便于计算纳税人的应税所得总额,根据第50条、第52条及第53条规定已扣缴并缴纳的税款,应视为纳税人已收到的应税所得;而已扣缴并缴纳的税款金额,应视为纳税人在计算税款时的抵免额。

(经1954年法案(第12号)修订,自1954年纳税年度起施行)

第 60之二 条

มาตรา 60 ทวิ ในกรณีจำเป็นเพื่อประโยชน์ในการจัดเก็บภาษีตามหมวดนี้ เจ้าพนักงานประเมินมีอำนาจที่จะประเมินเรียกเก็บภาษีจากบุคคลใด ๆ ก่อนถึงกำหนดเวลายื่นรายการตามความในมาตรา 56 มาตรา 57 หรือมาตรา 57 ทวิ แล้วแต่กรณีก็ได้ เมื่อได้ประเมินแล้วให้แจ้งจำนวนภาษีที่ประเมินไปยังผู้ต้องเสียภาษี ในกรณีนี้จะอุทธรณ์การประเมินก็ได้

ภาษีที่ประเมินเรียกเก็บตามความในวรรคก่อน ให้ถือเป็นเครดิตของผู้ต้องเสียภาษีในการคำนวณภาษีจากยอดเงินได้สุทธิทั้งปี

(พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 10) พ.ศ. 2496 ใช้บังคับสำหรับเงินได้ปีภาษี 2496 เป็นต้นไป)

第60条之二 在为本章税收征管之必要利益情况下,评税官有权在根据第56条、第57条或第57条之二规定的申报期限届满前,视情况对任何人进行税款评估与征收。评估完成后,应将评估的税额通知纳税人。在此情况下,可以对该评估进行复议。

根据前款规定的评估征收的税款,应视为纳税人在计算全年净应税所得税额时的抵减额。

(经1953年法案(第10号)修订,自1953年纳税年度起施行)

第 61 条

มาตรา 61 บุคคลใดมีชื่อในหนังสือสำคัญใด ๆ แสดงว่า

第61条 任何人在任何证明文件中载有姓名,即表示

(1) เป็นเจ้าของทรัพย์สินอันระบุไว้ในหนังสือสำคัญและทรัพย์สินนั้นก่อให้เกิดเงินได้พึงประเมิน หรือ

(1) 为该证明文件中所列财产的所有人,且该财产产生应税所得,或

(2) เป็นผู้ได้รับเงินได้พึงประเมินโดยหนังสือสำคัญเช่นว่านั้น

เจ้าพนักงานประเมินมีอำนาจประเมินเรียกเก็บภาษีทั้งหมดจากผู้มีชื่อในหนังสือสำคัญนั้นก็ได้ แต่ถ้าบุคคลนั้นต้องโอนเงินได้พึงประเมินให้แก่บุคคลอื่น บุคคลนั้นมีสิทธิหักเงินภาษีจากจำนวนเงินซึ่งต้องโอนให้แก่บุคคลอื่นตามส่วน

(พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 10) พ.ศ. 2496 ใช้บังคับสำหรับเงินได้ปีภาษี 2496 เป็นต้นไป)

(2) 为通过该等证明文件获得应税所得的人

评税官有权向该证明文件载名的人征收全部税款;但若该人须将应税所得转交给他人,该人有权按比例从须转交给他人的金额中扣除税款

(经1953年法案(第10号)修订,自1953年纳税年度起施行)

第 62 条

มาตรา 62 ในกรณีผู้ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ผู้ที่ศาลสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ ผู้ที่ถึงแก่ความตาย บุคคลที่ตั้งตัวแทนจัดการทรัพย์สินหรือผู้รับประโยชน์จากทรัสต์ เป็นผู้มีเงินได้สุทธิถึงจำนวนต้องเสียภาษี ผู้แทนโดยชอบธรรม ผู้อนุบาล ผู้พิทักษ์ ผู้จัดการมรดก ทายาทหรือผู้อื่นที่ครอบครองทรัพย์มรดก ตัวแทนหรือทรัสตี แล้วแต่กรณี เป็นผู้มีหน้าที่ต้องปฏิบัติการตามบทบัญญัติแห่งส่วนนี้ แทนผู้ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ผู้ที่ศาลสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ ผู้ที่ถึงแก่ความตาย บุคคลที่ตั้งตัวแทน หรือผู้รับประโยชน์จากทรัสต์นั้น

(พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2483 ใช้บังคับ 1 ม.ค. 2484 เป็นต้นไป)

第62条 若未成年人、被法院判定为无行为能力或限制行为能力之人、死亡之人、指定财产管理人之人或信托受益人,其净所得达到应纳税标准,则法定代理人、监护人、保佐人、遗产管理人、继承人或其他占有遗产之人、代理人或受托人,视具体情况而定,应代替该未成年人、被法院判定为无行为能力或限制行为能力之人、死亡之人、指定代理人之人或该信托受益人,履行本部分规定之义务。

(经1940年法案(第2号)修订,自1941年1月1日起施行)

第 63 条

มาตรา 63 บุคคลใดถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่าย และนำส่งแล้วเป็นจำนวนเงินเกินกว่าที่ควรต้องเสียภาษีตามส่วนนี้ บุคคลนั้นมีสิทธิได้รับเงินจำนวนที่เกินนั้นคืน แต่ต้องยื่นคำร้องขอคืนต่อเจ้าพนักงานประเมินภายในสามปีนับแต่วันสุดท้ายแห่งกำหนดเวลายื่นรายการภาษีตามที่กฎหมายกำหนด

บุคคลใดที่ไม่มีหน้าที่ต้องยื่นรายการเกี่ยวกับเงินได้พึงประเมินในปีภาษี แต่ถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่าย และนำส่งแล้ว บุคคลนั้นมีสิทธิได้รับเงินจำนวนที่ถูกหักและนำส่งไว้แล้วนั้นคืน แต่ต้องยื่นคำร้องขอคืนต่อเจ้าพนักงานประเมินภายในสามปีนับแต่วันที่ 31 มีนาคม ของปีถัดจากปีที่ถูกหักภาษีไว้

(พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 38) พ.ศ. 2557 ณ วันที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557)

第63条 任何人被预扣税并已缴纳的金额超过本部分应缴纳的税款时,该人有权获得该超出部分的退还,但必须在法律规定的纳税申报期限最后一日之日起三年内,向评税官提交退税申请。

凡在纳税年度内没有义务申报应税所得,但已被预扣税并已缴纳者,该人有权获得已被预扣并缴纳的金额之退还,但必须在被预扣税次年3月31日起三年内,向评税官提交退税申请。

(经2014年法案(第38号)修订,截至2014年11月10日)

第 64 条

มาตรา 64 เว้นแต่กรณีตามมาตรา 18 ทวิ ถ้าภาษีที่ต้องเสียตามบทบัญญัติแห่งส่วนนี้มีจำนวนตั้งแต่ 3,000 บาทขึ้นไป ผู้ต้องเสียภาษีจะชำระเป็นสามงวด ๆ ละเท่า ๆ กันก็ได ้คือ

第64条 除第18条之二规定的情形外,若根据本部分规定应缴纳的税款金额在3,000泰铢及以上,纳税人可以分三期等额缴纳,即:

(1) ในกรณีที่ต้องเสียตามมาตรา 56 ทวิ หรือมาตรา 57 จัตวา งวดที่หนึ่งต้องชำระตามกำหนดในมาตราดังกล่าว งวดที่สองต้องชำระภายในหนึ่งเดือนนับแต่วันที่ต้องชำระงวดที่หนึ่ง และงวดที่สามต้องชำระภายในหนึ่งเดือนนับแต่วันสุดท้ายที่ต้องชำระงวดที่สอง

(1) 在须根据第56条之二或第57条之四缴纳的情形下,第一期须在上述条款规定的期限内缴纳,第二期须在第一期缴纳期限届满之日起一个月内缴纳,第三期须在第二期缴纳最后期限届满之日起一个月内缴纳。

(2) ในกรณีอื่น งวดที่หนึ่งต้องชำระภายในสามสิบวันนับแต่วันได้รับแจ้งจำนวนภาษีที่ประเมิน งวดที่สองต้องชำระภายในหนึ่งเดือนนับแต่วันสุดท้ายที่ต้องชำระงวดที่หนึ่ง และงวดที่สามต้องชำระภายในหนึ่งเดือนนับแต่วันสุดท้ายที่ต้องชำระงวดที่สอง

การชำระภาษีตาม (1) ถ้าไม่ชำระภาษีงวดใดงวดหนึ่งภายในเวลาที่กำหนดไว้ ผู้ต้องเสียภาษีหมดสิทธิที่จะชำระภาษีเป็นรายงวดต่อไป และต้องเสียเงินเพิ่มตามมาตรา 27 สำหรับงวดที่ไม่ชำระและงวดต่อ ๆ ไป

การชำระภาษีตาม (2) ไม่เป็นเหตุให้ยกเว้นการเสียเงินเพิ่มตามมาตรา 27 และถ้าไม่ชำระภาษีงวดใดงวดหนึ่งภายในเวลาที่กำหนดไว้ ผู้ต้องเสียภาษีหมดสิทธิที่จะชำระภาษีเป็นรายงวดต่อไป

(2) 在其他情形下,第一期须在收到评税税额通知之日起三十日内缴纳,第二期须在第一期缴纳最后期限届满之日起一个月内缴纳,第三期须在第二期缴纳最后期限届满之日起一个月内缴纳。

根据(1)进行的税款缴纳,若未在规定时间内缴纳任何一期税款,纳税人将丧失继续分期缴纳税款的权利,并须就未缴纳的该期及后续各期缴纳第27条规定的滞纳金。

根据(2)进行的税款缴纳,并不构成免除第27条规定滞纳金的理由,且若未在规定时间内缴纳任何一期税款,纳税人将丧失继续分期缴纳税款的权利。

返回目录 · 来源:泰国税务厅 rd.go.th · 本页更新日期 2026-10-05