Biz-Siamภาษาไทย

第3章 所得税:公司与法人合伙所得税

税法典 · 第2编 税务厅征收的税种 · หมวด 3 ภาษีเงินได้ (มาตรา 65–76) · 第 65–76之七 条

ภาษาไทย
译文仅供参考,以泰文原文为准。中文译文为机器翻译,未经人工校对。

第 65 条

มาตรา 65 เงินได้ที่ต้องเสียภาษีตามความในส่วนนี้คือกำไรสุทธิซึ่งคำนวณได้จากรายได้จากกิจการ หรือเนื่องจากกิจการที่กระทำในรอบระยะเวลาบัญชีหักด้วยรายจ่ายตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในมาตรา 65 ทวิ และมาตรา 65 ตรี และรอบระยะเวลาบัญชีดังกล่าวให้มีกำหนดสิบสองเดือน เว้นแต่ในกรณีดังต่อไปนี้จะน้อยกว่าสิบสองเดือนก็ได้ คือ

(ก) บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลเริ่มตั้งใหม่จะถือวันเริ่มตั้งถึงวันหนึ่งวันใดเป็นรอบระยะเวลาบัญชีแรกก็ได้

(ข) บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลอาจยื่นคำร้องต่ออธิบดีขอเปลี่ยนวันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชี ในกรณีเช่นว่านี้ให้อธิบดีมีอำนาจสั่งอนุญาตหรือไม่อนุญาต สุดแต่จะเห็นสมควร คำสั่งเช่นว่านั้นต้องแจ้งให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลผู้ยื่นคำร้องทราบภายในเวลาอันสมควร และในกรณีที่อธิบดีสั่งอนุญาต ให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้นถือปฏิบัติตั้งแต่รอบระยะเวลาบัญชีที่อธิบดีกำหนด

การคำนวณรายได้และรายจ่ายตามวรรคหนึ่งให้ใช้เกณฑ์สิทธิ โดยให้นำรายได้ที่เกิดขึ้นในรอบระยะเวลาบัญชีใด แม้ว่าจะยังไม่ได้รับชำระในรอบระยะเวลาบัญชีนั้นมารวมคำนวณเป็นรายได้ในรอบระยะเวลาบัญชีนั้น และให้นำรายจ่ายทั้งสิ้นที่เกี่ยวกับรายได้นั้นแม้จะยังมิได้จ่ายในรอบระยะเวลาบัญชีนั้นมารวมคำนวณเป็นรายจ่ายของรอบระยะเวลาบัญชีนั้น

ในกรณีจำเป็น ผู้มีเงินได้จะขออนุมัติต่ออธิบดีเพื่อเปลี่ยนแปลงเกณฑ์สิทธิ และวิธีการทางบัญชีเพื่อคำนวณรายได้และรายจ่ายตามวรรคสองก็ได้ และเมื่อได้รับอนุมัติจากอธิบดีแล้ว ให้ถือปฏิบัติตั้งแต่รอบระยะเวลาบัญชีที่อธิบดีกำหนดเป็นต้นไป

(พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 13) พ.ศ. 2527 ใช้บังคับ 1 ม.ค. 2528 เป็นต้นไป)

第65条 本部分规定的应税所得为净利润,其计算方式为:在会计期间内从事业务或因业务而产生的收入,扣除第65条之二及第65条之三规定的条件下的支出;上述会计期间应为十二个月,但下列情形可少于十二个月,即:

(a) 新成立的公司或法人合伙可将成立之日起至某日止作为第一个会计期间。

(b) 公司或法人合伙可向税务厅厅长申请变更会计期间的最后一日;在此类情形下,税务厅厅长有权根据其认为适当的情况决定准予或不准予;该决定必须在合理时间内通知申请的公司或法人合伙;若税务厅厅长准予变更,则该公司或法人合伙应自税务厅厅长指定的会计期间起开始执行。

第一款规定的收入与支出的计算应采用权责发生制,即:凡在某一会计期间内发生的收入,即使在该会计期间内尚未收到款项,也应纳入该会计期间的收入进行计算;且凡与该收入相关的所有支出,即使在该会计期间内尚未支付,也应纳入该会计期间的支出进行计算。

在必要的情况下,所得税纳税人可向税务厅厅长申请变更第二款规定的权责发生制及计算收入与支出的会计方法;经税务厅厅长批准后,应自税务厅厅长指定的会计期间起开始执行。

(经1984年紧急法令(第13号)修订,自1985年1月1日起施行)

第 65之二 条

มาตรา 65 ทวิ การคำนวณกำไรสุทธิและขาดทุนสุทธิในส่วนนี้ให้เป็นไปตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้

第65条之二 本部分的净利润与净亏损计算应符合下列条件

(1) รายการที่ระบุไว้ในมาตรา 65 ตรี ไม่ให้ถือเป็นรายจ่าย

(1) 第65条之三所列项目不得视为支出

(พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 16) พ.ศ. 2502 ใช้บังคับสำหรับเงินได้ที่ต้องยื่นใน พ.ศ. 2503 เป็นต้นไป)

(经1959年法案(第16号)修订,自1960年起须申报的所得适用)

(2) ค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาของทรัพย์สิน ให้หักได้ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข และอัตราที่กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา

(2) 资产的损耗及折旧,应按照敕令规定的标准、方法、条件及税率进行扣除

(พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 25) พ.ศ. 2525 ใช้บังคับสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีเริ่มในหรือหลัง 1 ม.ค. 2526 เป็นต้นไป)

(经1982年法案(第25号)修订,适用于自1983年1月1日起或之后开始的会计期间)

การหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาดังกล่าว ให้คำนวณหักตามส่วนเฉลี่ยแห่งระยะเวลาที่ได้ทรัพย์สินนั้นมา

上述损耗及折旧的扣除,应按取得该资产的时间比例进行计算扣除

(พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 16) พ.ศ. 2502 ใช้บังคับสำหรับเงินได้ที่ต้องยื่นใน พ.ศ. 2503 เป็นต้นไป)

(经1959年法案(第16号)修订,自1960年起须申报的所得适用)

(3) ราคาทรัพย์สินอื่นนอกจาก (6) ให้ถือตามราคาที่พึงซื้อทรัพย์สินนั้นได้ตามปกติและในกรณีที่มีการตีราคาทรัพย์สินเพิ่มขึ้น ห้ามมิให้นำราคาที่ตีราคาเพิ่มขึ้นมารวมคำนวณกำไรสุทธิหรือขาดทุนสุทธิ ส่วนทรัพย์สินรายการใดมีสิทธิหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาก็ให้หักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาในการคำนวณกำไรสุทธิหรือขาดทุนสุทธิตามหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข และอัตราเดิมที่ใช้อยู่ก่อนตีราคาทรัพย์สินเพิ่มขึ้น โดยให้หักเพียงเท่าที่ระยะเวลา และมูลค่าต้นทุนที่เหลืออยู่สำหรับทรัพย์สินนั้นเท่านั้น

(3) 除(6)项以外的其他资产价格,应按正常情况下可购买该资产的价格确定;若发生资产重估增值的情况,禁止将增值后的价格纳入净利润或净亏损的计算;对于有权扣除损耗及折旧的资产项目,在计算净利润或净亏损时,应按照资产重估增值前原有的标准、方法、条件及税率进行损耗及折旧扣除,且仅限按该资产剩余的时间及成本价值进行扣除

(พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 16) พ.ศ. 2534 ใช้บังคับสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีเริ่มในหรือหลังวันที่ 1 ม.ค.2535 เป็นต้นไป)

(经1991年紧急法令(第16号)修订,适用于自1992年1月1日起或之后开始的会计期间)

(4) ในกรณีโอนทรัพย์สิน ให้บริการ หรือให้กู้ยืมเงิน โดยไม่มีค่าตอบแทน ค่าบริการหรือดอกเบี้ย หรือมีค่าตอบแทน ค่าบริการหรือดอกเบี้ยต่ำกว่าราคาตลาดโดยไม่มีเหตุอันสมควร เจ้าพนักงานประเมินมีอำนาจประเมินค่าตอบแทน ค่าบริการหรือดอกเบี้ยนั้นตามราคาตลาดในวันที่โอน ให้บริการ หรือให้กู้ยืมเงิน

(4) 在无偿转让资产、提供服务或提供贷款,或提供的报酬、服务费或利息低于市场价格且无正当理由的情况下,评税官有权按转让、提供服务或提供贷款当日的市场价格对该报酬、服务费或利息进行评定

(พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2521 ใช้บังคับสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีเริ่มในหรือหลังวันที่ 1 ม.ค. 2522 เป็นต้นไป)

(经1978年紧急法令(第5号)修订,适用于自1979年1月1日起或之后开始的会计期间)

(5) เงินตรา ทรัพย์สิน หรือหนี้สินซึ่งมีค่าหรือราคาเป็นเงินตราต่างประเทศที่เหลืออยู่ในวันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชี ให้คำนวณค่าหรือราคาเป็นเงินตราไทย อย่างใดอย่างหนึ่ง ดังนี้

(5) 会计期间最后一日剩余的外币计价货币、资产或负债,其价值或价格应按下列任一方式折算为泰铢:

(ก) กรณีบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนอกจาก (ข) ให้เลือกใช้วิธีการคำนวณค่าหรือราคาของเงินตรา ทรัพย์สิน หรือหนี้สินเป็นเงินตราไทยตามอัตราถัวเฉลี่ยระหว่างอัตราซื้อและอัตราขายของธนาคารพาณิชย์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยได้คำนวณไว้ หรือวิธีการคำนวณค่าหรือราคาของเงินตราหรือทรัพย์สินเป็นเงินตราไทยตามอัตราถัวเฉลี่ยที่ธนาคารพาณิชย์รับซื้อซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทยได้คำนวณไว้ และคำนวณค่าหรือราคาของหนี้สินเป็นเงินตราไทยตามอัตราถัวเฉลี่ยที่ธนาคารพาณิชย์ขายซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทยได้คำนวณไว้ หรือวิธีการอื่นซึ่งสอดคล้องกับหลักเกณฑ์ตามวิชาการบัญชีตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา ทั้งนี้ เมื่อใช้วิธีการใดในการคำนวณค่าหรือราคาดังกล่าวแล้ว ให้ใช้วิธีการนั้นตลอดไป เว้นแต่จะได้รับอนุมัติจากอธิบดีจึงจะเปลี่ยนแปลงได้

(a) 除

(b) 项情形外,公司或法人合伙应选择采用以下方法之一,将货币、资产或负债计算或折算为泰铢:按泰国银行已计算的商业银行买入价与卖出价之间的平均汇率进行计算;或按泰国银行已计算的商业银行买入平均汇率将货币或资产计算或折算为泰铢,并按泰国银行已计算的商业银行卖出平均汇率将负债计算或折算为泰铢;或采用符合财政部长在政府公报中公告规定的准则、方法及条件之会计准则的其他方法。且一旦采用某种方法进行上述价值或价格的计算,应始终使用该方法,除非获得税务厅厅长批准方可变更。

(ข) กรณีธนาคารพาณิชย์หรือสถาบันการเงินอื่นตามที่รัฐมนตรีกำหนด ให้ใช้วิธีการคำนวณค่าหรือราคาของเงินตรา ทรัพย์สิน หรือหนี้สินเป็นเงินตราไทยตามอัตราถัวเฉลี่ยระหว่างอัตราซื้อและอัตราขายของธนาคารพาณิชย์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยได้คำนวณไว้

(b) 商业银行或财政部长规定的其他金融机构,应采用按泰国银行已计算的商业银行买入价与卖出价之间的平均汇率,将货币、资产或负债计算或折算为泰铢的方法。

เงินตรา ทรัพย์สิน หรือหนี้สินซึ่งมีค่าหรือราคาเป็นเงินตราต่างประเทศ ที่รับมาหรือจ่ายไปในระหว่างรอบระยะเวลาบัญชี ให้ใช้วิธีการคำนวณค่าหรือราคาเป็นเงินตราไทยตามราคาตลาดในวันที่รับมาหรือจ่ายไปนั้น

在会计期间内收到的或支付的、其价值或价格为外币的货币、资产或负债,应按收到或支付当日的市场价格计算或折算为泰铢。

(แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 50) พ.ศ. 2562 ให้ใช้บังคับสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีที่เริ่มในหรือหลังวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2562 เป็นต้นไป)

(经2019年修订《税法典》法案(第50号), 自2019年1月1日或之后开始的会计期间起施行)

(ประกาศกรมสรรพากร เรื่อง การคำนวณค่าหรือราคาเงินตราต่างประเทศ ของเงินตรา ทรัพย์สิน หรือหนี้สิน ที่เหลืออยู่ในวันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชี เป็นเงินตราไทย)

(税务厅公告:关于会计期间最后一日剩余的货币、资产或负债之外币价值或价格折算为泰铢的计算方法)

(6) ราคาสินค้าคงเหลือในวันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชีให้คำนวณตามราคาทุนหรือราคาตลาดแล้วแต่อย่างใดจะน้อยกว่า และให้ถือราคานี้เป็นราคาสินค้าคงเหลือยกมาสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีใหม่ด้วย

(6) 会计期间最后一日的存货价格应按成本价或市场价格中较低者进行计算,并应将此价格视为新会计期间的期初存货价格。

การคำนวณราคาทุนตามวรรคก่อนเมื่อได้คำนวณตามหลักเกณฑ์ใดตามวิชาการบัญชี ให้ใช้หลักเกณฑ์นั้นตลอดไป เว้นแต่จะได้รับอนุมัติจากอธิบดีจึงจะเปลี่ยนหลักเกณฑ์ได้

前款所述成本价的计算,若已按某种会计准则进行计算,应始终使用该准则,除非获得税务厅厅长批准方可变更准则。

(7) การคำนวณราคาทุนของสินค้าที่ส่งเข้ามาจากต่างประเทศนั้น เจ้าพนักงานประเมินมีอำนาจประเมินโดยเทียบกับราคาทุนของสินค้าประเภทและชนิดเดียวกันที่ส่งเข้าไปในประเทศอื่นได้

(7) 对于从国外进口商品的成本价计算,评税官有权参照进口至其他国家的同类型、同种类商品的成本价进行评定。

(8) ถ้าราคาทุนของสินค้าเป็นเงินตราต่างประเทศ ให้คำนวณเป็นเงินตราไทยตามอัตราแลกเปลี่ยนในท้องตลาดของวันที่ได้สินค้านั้นมา เว้นแต่เงินตราต่างประเทศนั้นจะแลกได้ในอัตราทางราชการ ก็ให้คำนวณเป็นเงินตราไทยตามอัตราทางราชการนั้น

(8) 若商品的成本价为外币,应按取得该商品当日的市场汇率折算为泰铢,但若该外币可按官方汇率兑换,则应按该官方汇率折算为泰铢。

(ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 50) พ.ศ. 2562)

(已由2019年修订《税法典》法案(第50号)废止)

(9) การจำหน่ายหนี้สูญจากบัญชีลูกหนี้จะกระทำได้ต่อเมื่อเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดโดยกฎกระทรวง แต่ถ้าได้รับชำระหนี้ในรอบระยะเวลาบัญชีใด ให้นำมาคำนวณเป็นรายได้ในรอบระยะเวลาบัญชีนั้น

(9) 只有在符合部级条例规定的准则、方法及条件时,方可从应收账款账户中核销坏账;但若在任何会计期间内收回了该债务,应将其计入该会计期间的收入进行计算。

หนี้สูญรายใดได้นำมาคำนวณเป็นรายได้แล้ว หากได้รับชำระในภายหลังก็มิให้นำมาคำนวณเป็นรายได้อีก

任何已计入收入计算的坏账,若随后收到偿付,则不得再次计入收入计算。

(พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 25) พ.ศ. 2525 ใช้บังคับสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีเริ่มในหรือหลัง 1 ม.ค. 2526 เป็นต้นไป)

(经1982年法案(第25号)修订,自1983年1月1日或之后开始的会计期间起施行)

(10) สำหรับบริษัทจำกัดที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ให้นำเงินปันผลที่ได้จากบริษัทจำกัดที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือสถาบันการเงินที่มีกฎหมายโดยเฉพาะของประเทศไทยจัดตั้งขึ้นสำหรับให้กู้ยืมเงินเพื่อส่งเสริมเกษตรกรรม พาณิชยกรรม หรืออุตสาหกรรม และเงินส่วนแบ่งกำไรที่ได้จากกิจการร่วมค้ามารวมคำนวณเป็นรายได้เพียงกึ่งหนึ่งของจำนวนที่ได้ เว้นแต่บริษัทจำกัดที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยดังต่อไปนี้ ไม่ต้องนำเงินปันผลที่ได้จากบริษัทจำกัดที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือสถาบันการเงินที่มีกฎหมายโดยเฉพาะของประเทศไทยจัดตั้งขึ้นสำหรับให้กู้ยืมเงินเพื่อส่งเสริมเกษตรกรรม พาณิชยกรรม หรืออุตสาหกรรม และเงินส่วนแบ่งกำไรที่ได้จากกิจการร่วมค้า มารวมคำนวณเป็นรายได้

(10) 对于根据泰国法律设立的有限公司,从根据泰国法律设立的有限公司,或根据泰国专门法律设立旨在为促进农业、商业或工业而提供贷款的金融机构所获得的股息,以及从合营企业获得的利润分成,应仅按所得金额的一半计入收入计算;但下列根据泰国法律设立的有限公司,无需将从根据泰国法律设立的有限公司,或根据泰国专门法律设立旨在为促进农业、商业或工业而提供贷款的金融机构所获得的股息,以及从合营企业获得的利润分成计入收入计算:

(ก) บริษัทจดทะเบียน

(a) 上市公司

(ข) บริษัทจำกัดนอกจาก (ก) ซึ่งถือหุ้นในบริษัทจำกัดผู้จ่ายเงินปันผลไม่น้อยกว่าร้อยละ 25 ของหุ้นทั้งหมดที่มีสิทธิออกเสียงในบริษัทจำกัดผู้จ่ายเงินปันผลและบริษัทจำกัดผู้จ่ายเงินปันผลไม่ได้ถือหุ้นในบริษัทจำกัดผู้รับเงินปันผลไม่ว่าโดยทางตรงหรือโดยทางอ้อม

(b) 除(a)项外的有限公司,其持有股息支付方有限公司具有投票权的全部股份不少于25%,且股息支付方有限公司无论直接或间接均未持有股息接收方有限公司的股份。

ความในวรรคหนึ่งมิให้ใช้บังคับในกรณีที่บริษัทจำกัดหรือบริษัทจดทะเบียนมีเงินได้ที่เป็นเงินปันผลและเงินส่วนแบ่งกำไรดังกล่าวโดยถือหุ้นที่ก่อให้เกิดเงินปันผลและเงินส่วนแบ่งกำไรนั้นไว้ไม่ถึงสามเดือนนับแต่วันที่ได้หุ้นนั้นมาถึงวันมีเงินได้ดังกล่าว หรือได้โอนหุ้นนั้นไปก่อนสามเดือนนับแต่วันที่มีเงินได้

若有限公司或上市公司所获得的上述股息及利润分成的所得,系因持有产生该股息及利润分成的股份不足三个月(自取得该股份之日起至获得该所得之日止),或在获得该所得前转让该股份不足三个月,则第一款之规定不予适用。

เงินปันผลที่ได้จากการลงทุนของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพตามมาตรา 65 ตรี (2) ไม่ให้ถือเป็นเงินปันผลหรือเงินส่วนแบ่งกำไรตามความในวรรคสอง

根据第65条之三

(2) 项规定,从公积金投资中获得的股息,不视为第二款项下的股息或利润分成。

(แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 52) พ.ศ. 2562 ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2562 เป็นต้นไป)

(经2019年修订税法典法案(第52号)修订,自2019年8月20日起施行)

(11) ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมที่อยู่ในบังคับต้องถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายตามกฎหมายว่าด้วยภาษีเงินได้ปิโตรเลียม ให้นำมารวมคำนวณเป็นรายได้เพียงเท่าที่เหลือจากถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายตามกฎหมายดังกล่าว

(11) 根据石油所得税法律规定须被预扣税的贷款利息,应仅按扣除该法律规定的预扣税后的余额计入收入计算。

(12) เงินปันผลหรือเงินส่วนแบ่งของกำไรที่อยู่ในบังคับต้องถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายตามกฎหมายว่าด้วยภาษีเงินได้ปิโตรเลียม ให้นำมารวมคำนวณเป็นรายได้เพียงเท่าที่เหลือจากถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายตามกฎหมายดังกล่าว และถ้าผู้รับเป็นบริษัทจดทะเบียนหรือเป็นบริษัทที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยและไม่เข้าลักษณะตามมาตรา 75 ให้นำบทบัญญัติของ (10) มาใช้บังคับโดยอนุโลม

(12) 根据石油所得税法律规定须被预扣税的股息或利润分成,应仅按扣除该法律规定的预扣税后的余额计入收入计算;且若接收方为上市公司或根据泰国法律设立的公司,且不属于第75条所述情形,则比照适用(10)项之规定。

(พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 24) พ.ศ. 2522 ใช้บังคับสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีสิ้นสุดในหรือหลัง 31 ธ.ค. 2522 เป็นต้นไป)

(经1979年法案(第24号)修订,自1979年12月31日或之后结束的会计期间起施行)

(13) มูลนิธิหรือสมาคมที่ประกอบกิจการซึ่งมีรายได้ไม่ต้องนำเงินค่าลงทะเบียนหรือค่าบำรุงที่ได้รับจากสมาชิกหรือเงินหรือทรัพย์สินที่ได้รับจากการรับบริจาคหรือจากการให้โดยเสน่หา แล้วแต่กรณี มารวมคำนวณเป็นรายได้

(13) 从事经营业务且具有收入的基金会或协会,从会员处收取的注册费或会费,或通过捐赠或赠与收取的资金或财产(视具体情况而定),无需将其计入应税所得进行计算

(พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 25) พ.ศ. 2525 ใช้บังคับสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีเริ่มในหรือหลัง 1 ม.ค. 2526 เป็นต้นไป)

(经1982年法案(第25号)修订,适用于自1983年1月1日或之后开始的会计期间)

(14) ภาษีขายซึ่งบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มได้รับหรือพึงได้รับ และภาษีมูลค่าเพิ่มที่มิใช่ภาษีตามมาตรา 82/16 ซึ่งได้รับคืนเนื่องจากการขอคืนตามหมวด 4 ไม่ต้องนำมารวมคำนวณเป็นรายได้

(14) 作为增值税登记经营者的公司或法人合伙已收取或应收取的销项税额,以及因根据第4章申请退税而收回的、不属于第82/16条规定的增值税,无需将其计入应税所得进行计算

(พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 30 ) พ.ศ. 2534 ใช้บังคับ 1 ม.ค. 2535 เป็นต้นไป)

(经1991年法案(第30号)修订,自1992年1月1日起施行)

(15) บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่เป็นกองทุนรวมไม่ต้องนำรายได้อันมิใช่เงินได้ตามมาตรา 40 (4) (ก) มารวมคำนวณเป็นรายได้

(15) 作为集合基金的公司或法人合伙,无需将其非第40(4)(a)条规定的应税所得计入应税所得进行计算

(แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 52) พ.ศ. 2562 ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2562 เป็นต้นไป)

(经2019年税法典修订法案(第52号)修订,自2019年8月20日起施行)

第 65之三 条

มาตรา 65 ตรี รายการต่อไปนี้ไม่ให้ถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิ

第65条之三 以下项目不得视为计算净利润时的支出

(1) เงินสำรองต่าง ๆ นอกจาก

(1) 各类准备金,但以下各项除外:

(ก) เงินสำรองจากเบี้ยประกันภัยเพื่อสมทบทุนประกันชีวิตที่กันไว้ก่อนคำนวณกำไรเฉพาะส่วนที่ไม่เกินร้อยละ 65 ของจำนวนเบี้ยประกันภัยที่ได้รับในรอบระยะเวลาบัญชีหลังจากหักเบี้ยประกันภัยซึ่งเอาประกันต่อออกแล้ว

(a) 为补充人寿保险基金而从保险费中提取的准备金,在计算利润前提取,仅限不超过会计期间内收取的保险费总额(扣除分保保险费后)的65%的部分

ในกรณีต้องใช้เงินตามจำนวนซึ่งเอาประกันภัยสำหรับกรมธรรม์ประกันชีวิตรายใดไม่ว่าเต็มจำนวนหรือบางส่วน เงินที่ใช้ไปเฉพาะส่วนที่ไม่เกินเงินสำรองตามวรรคก่อนสำหรับกรมธรรม์ประกันชีวิตรายนั้น จะถือเป็นรายจ่ายไม่ได้

若因任何一份人寿保险保单需支付保险金额,无论全额或部分支付,仅限不超过前款所述该份人寿保险保单准备金的部分,不得视为支出

ในกรณีเลิกสัญญาตามกรมธรรม์ประกันชีวิตรายใด ให้นำเงินสำรองตามวรรคแรกจำนวนที่มีอยู่สำหรับกรมธรรม์ประกันชีวิตรายนั้นกลับมารวมคำนวณเป็นรายได้ในรอบระยะเวลาบัญชีที่เลิกสัญญา

若终止任何一份人寿保险保单,应将该份人寿保险保单原有的第一款所述准备金金额,并入终止合同之会计期间的收入进行计算

(ข) เงินสำรองจากเบี้ยประกันภัยเพื่อสมทบทุนประกันภัยอื่นที่กันไว้ก่อนคำนวณกำไร เฉพาะส่วนที่ไม่เกินร้อยละ 40 ของจำนวนเบี้ยประกันภัยที่ได้รับในรอบระยะเวลาบัญชีหลังจากหักเบี้ยประกันภัยซึ่งเอาประกันต่อออกแล้ว และเงินสำรองที่กันไว้นี้จะต้องถือเป็นรายได้ในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีในรอบระยะเวลาบัญชีปีถัดไป

(b) 为补充其他保险基金而从保险费中提取的准备金,在计算利润前提取,仅限不超过会计期间内收取的保险费总额(扣除分保保险费后)的40%的部分,且此类提取的准备金必须视为下一会计期间计算缴纳企业所得税净利润时的收入

(พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 16) พ.ศ. 2502 ใช้บังคับสำหรับเงินได้ที่ต้องยื่นใน พ.ศ. 2503 เป็นต้นไป)

(经1959年法案(第16号)修订,自1960年须申报所得之年起施行)

(ค) เงินสำรองที่กันไว้เป็นค่าเผื่อหนี้สูญหรือหนี้สงสัยจะสูญสำหรับหนี้จากการให้สินเชื่อที่ธนาคารพาณิชย์ บริษัทเงินทุน บริษัทหลักทรัพย์ หรือบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ ได้กันไว้ตามกฎหมายว่าด้วยการธนาคารพาณิชย์หรือกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ แล้วแต่กรณี ทั้งนี้ เฉพาะส่วนที่ตั้งเพิ่มขึ้นจากเงินสำรองประเภทดังกล่าวที่ปรากฏในงบดุลของรอบระยะเวลาบัญชีก่อน

(c) 为坏账或坏账准备而提取的准备金,系指商业银行、金融公司、证券投资公司或信贷公司根据商业银行法或金融业务、证券业务及信贷业务法(视情况而定)所提取的贷款坏账准备,但仅限较上一会计期间资产负债表中所示的此类准备金增加的部分

เงินสำรองส่วนที่ตั้งเพิ่มขึ้นตามวรรคหนึ่ง และได้นำมาถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิหรือขาดทุนสุทธิไปแล้วในรอบระยะเวลาบัญชีใด ต่อมาหากมีการตั้งเงินสำรองประเภทดังกล่าวลดลง ให้นำเงินสำรองส่วนที่ตั้งลดลงซึ่งได้ถือเป็นรายจ่ายไปแล้วนั้น มารวมคำนวณเป็นรายได้ในรอบระยะเวลาบัญชีที่ตั้งเงินสำรองลดลงนั้น

根据第一款规定增加的准备金部分,若已在某一会计期间被视为计算净利润或净亏损时的支出,随后若该类准备金减少,则应将已计入支出的减少部分,并入准备金减少之会计期间的收入进行计算

(พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 17) พ.ศ. 2540 ใช้บังคับสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีที่เริ่มตั้งแต่ 1 ม.ค. 2540 เป็นต้นไป)

(经1997年紧急法令(第17号)修订,自1997年1月1日起开始的会计期间起施行)

(2) เงินกองทุนเว้นแต่กองทุนสำรองเลี้ยงชีพซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดโดยกฎกระทรวง

(2) 基金,但符合部级条例规定的标准、方法及条件的公积金除外

(พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 25) พ.ศ. 2525 ใช้บังคับสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีเริ่มในหรือหลัง 1 ม.ค. 2526 เป็นต้นไป)

(经1982年法案(第25号)修订,自1983年1月1日或之后开始的会计期间起施行)

(3) รายจ่ายอันมีลักษณะเป็นการส่วนตัว การให้โดยเสน่หา หรือการกุศล เว้นแต่

(3) 具有个人性质、赠与性质或慈善性质的支出,但以下各项除外:

(ก) รายจ่ายซึ่งเป็นเงินที่บริจาคแก่พรรคการเมืองตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ให้หักได้ไม่เกินห้าหมื่นบาท ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกำหนด

(a) 根据宪法关于政党的组织法向政党捐赠的款项支出,扣除额不得超过五万铢,且须符合税务厅公布的标准、方法及条件

(ข) รายจ่ายเพื่อการกุศลสาธารณะหรือเพื่อการสาธารณประโยชน์ตามที่อธิบดีประกาศกำหนดโดยอนุมัติรัฐมนตรี ให้หักได้ในส่วนที่ไม่เกินร้อยละ 2 ของกำไรสุทธิ และรายจ่ายเพื่อการศึกษาหรือเพื่อการกีฬาตามที่อธิบดีประกาศกำหนดโดยอนุมัติรัฐมนตรีให้หักได้อีกในส่วนที่ไม่เกินร้อยละ 2 ของกำไรสุทธิ

(b) 经税务厅厅长公告并经财政部长批准的用于公共慈善或公共利益的支出,准予扣除的部分不得超过净利润的2%;以及经税务厅厅长公告并经财政部长批准的用于教育或体育的支出,准予扣除的部分不得超过净利润的2%

(แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 51) พ.ศ. 2562 ให้ใช้บังคับกับการคำนวณกำไรสุทธิของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลซึ่งรอบระยะเวลาบัญชีเริ่มใน หรือหลังวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2561 เป็นต้นไป)

(经2019年修订《税法典》法案(第51号), 自2018年1月1日或之后开始的会计期间的公司或法人合伙的净利润计算适用)

(4) ค่ารับรองหรือค่าบริการส่วนที่ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดโดยกฎกระทรวง

(4) 不符合部级条例规定标准的招待费或服务费

(พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2521 ใช้บังคับสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีเริ่มในหรือหลัง 1 ม.ค. 2522 เป็นต้นไป)

(经1978年紧急法令(第5号)修订, 自1979年1月1日或之后开始的会计期间适用)

(5) รายจ่ายอันมีลักษณะเป็นการลงทุน หรือรายจ่ายในการต่อเติม เปลี่ยนแปลง ขยายออก หรือทำให้ดีขึ้นซึ่งทรัพย์สิน แต่ไม่ใช่เป็นการซ่อมแซมให้คงสภาพเดิม

(5) 具有投资性质的支出,或用于资产扩建、变更、扩充或改良的支出,但不包括维持原状的维修支出

(ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 449)ฯ)

(税务厅厅长关于所得税的公告(第449号)等)

(6) เบี้ยปรับและหรือเงินเพิ่มภาษีอากร ค่าปรับทางอาญา ภาษีเงินได้ของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล

(6) 罚款和/或税收滞纳金、刑事罚金、公司或法人合伙的企业所得税

(พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 25) พ.ศ. 2525 ใช้บังคับสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีเริ่มในหรือหลัง 1 ม.ค. 2526 เป็นต้นไป)

(经1982年修订法案(第25号), 自1983年1月1日或之后开始的会计期间适用)

(6 ทวิ) ภาษีมูลค่าเพิ่มที่ชำระหรือพึงชำระ และภาษีซื้อของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียน เว้นแต่ภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีซื้อของผู้ประกอบการจดทะเบียนซึ่งต้องเสียภาษีตามมาตรา 82/16 ภาษีซื้อที่ต้องห้ามนำมาหักในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 82/5 (4) หรือภาษีซื้ออื่นตามที่กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา

(6之二) 增值税登记经营者的公司或法人合伙已缴纳或应缴纳的增值税,以及进项税额;但根据第82/16条应缴纳增值税及进项税额的增值税登记经营者、根据第82/5

(4)条规定禁止用于抵扣增值税计算的进项税额,或根据敕令规定的其他进项税额除外

(พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 30) พ.ศ. 2534 ใช้บังคับ 1 ม.ค. 2535 เป็นต้นไป)

(经1991年修订法案(第30号), 自1992年1月1日起施行)

(7) การถอนเงินโดยปราศจากค่าตอบแทนของผู้เป็นหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล

(7) 法人合伙中合伙人无偿提取资金的行为

(8) เงินเดือนของผู้ถือหุ้นหรือผู้เป็นหุ้นส่วนเฉพาะส่วนที่จ่ายเกินสมควร

(8) 股东或合伙人仅就超出合理部分的薪资

(9) รายจ่ายซึ่งกำหนดขึ้นเองโดยไม่มีการจ่ายจริง หรือรายจ่ายซึ่งควรจะได้จ่ายในรอบระยะเวลาบัญชีอื่น เว้นแต่ในกรณีที่ไม่สามารถจะลงจ่ายในรอบระยะเวลาบัญชีใด ก็อาจลงจ่ายในรอบระยะเวลาบัญชีที่ถัดไปได้

(9) 自行设定而未实际支付的支出,或本应在其他会计期间支付的支出;但若无法在任何会计期间入账的,可计入下一会计期间

(10) ค่าตอบแทนแก่ทรัพย์สินซึ่งบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลเป็นเจ้าของเองและใช้เอง

(10) 公司或法人合伙自有的财产及其自用的对价

(11) ดอกเบี้ยที่คิดให้สำหรับเงินทุน เงินสำรองต่าง ๆ หรือเงินกองทุนของตนเอง

(11) 就其自有资本、各类准备金或自有基金所计收的利息

(12) ผลเสียหายอันอาจได้กลับคืนเนื่องจากการประกันหรือสัญญาคุ้มกันใด ๆ หรือผลขาดทุนสุทธิในรอบระยะเวลาบัญชีก่อน ๆ เว้นแต่ผลขาดทุนสุทธิยกมาไม่เกินห้าปีก่อนรอบระยะเวลาบัญชีปีปัจจุบัน

(12) 由于保险或任何补偿合同可能获得的损失补偿,或前述会计期间的净亏损;但结转至当前会计期间之前的净亏损不得超过五年的

(พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 16) พ.ศ. 2502 ใช้บังคับสำหรับเงินได้ที่ต้องยื่นใน พ.ศ. 2503 เป็นต้นไป)

(经1959年修订法案(第16号), 自1960年须申报的所得起适用)

(13) รายจ่ายซึ่งมิใช่รายจ่ายเพื่อหากำไรหรือเพื่อกิจการโดยเฉพาะ

(13) 非专门为营利或专门为业务目的而产生的支出

(14) รายจ่ายซึ่งมิใช่รายจ่ายเพื่อกิจการในประเทศไทยโดยเฉพาะ

(14) 非专门为在泰国的业务目的而产生的支出

(15) ค่าซื้อทรัพย์สินและรายจ่ายเกี่ยวกับการซื้อหรือขายทรัพย์สินในส่วนที่เกินปกติโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร

(15) 超出正常范围且无正当理由的资产购买费用及与资产买卖相关的支出

(16) ค่าของทรัพยากรธรรมชาติที่สูญหรือสิ้นไปเนื่องจากกิจการที่ทำ

(16) 因经营业务而导致自然资源损耗或耗尽的价值

(17) ค่าของทรัพย์สินนอกจากสินค้าที่ตีราคาต่ำลง ทั้งนี้ ภายใต้บังคับมาตรา 65 ทวิ

(17) 除存货以外的资产减值,但须遵守第65条之二的规定

(18) รายจ่ายซึ่งผู้จ่ายพิสูจน์ไม่ได้ว่าใครเป็นผู้รับ

(18) 支付方无法证明收款人身份的支出

(พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 10) พ.ศ. 2496 ใช้บังคับสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีสิ้นสุดในหรือหลัง 10 ก.พ. 2496 เป็นต้นไป)

(经1953年法案(第10号)修订,自1953年2月10日或之后结束的会计期间起施行)

(19) รายจ่ายใด ๆ ที่กำหนดจ่ายจากผลกำไรที่ได้เมื่อสิ้นสุดรอบระยะเวลาบัญชีแล้ว

(19) 在会计期间结束时从所得利润中确定的任何支出

(20) รายจ่ายที่มีลักษณะทำนองเดียวกับที่ระบุไว้ใน (1) ถึง (19) ตามที่จะได้กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา

(20) 与(1)至(19)项所述性质相同且由敕令规定的支出

(พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 10) พ.ศ. 2496 ใช้บังคับสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีสิ้นสุดในหรือหลัง 10 ก.พ. 2496 เป็นต้นไป)

(经1953年法案(第10号)修订,自1953年2月10日或之后结束的会计期间起施行)

第 65之四 条

มาตรา 65 จัตวา ให้องค์การของรัฐบาลเสียภาษีเงินได้แทนผู้ขายสินค้าทอดหนึ่งทอดใดหรือทุกทอดซึ่งเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ซื้อสินค้าจากองค์การของรัฐบาลตามวิธีการ อัตรา และประเภทสินค้าที่กำหนดในกฎกระทรวง ทั้งนี้ เฉพาะสำหรับเงินได้จากการขายสินค้านั้น

ภาษีที่เสียแทนตามวรรคหนึ่งให้ถือเป็นเครดิตของผู้เสียภาษีในการคำนวณภาษี

(พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 26) พ.ศ. 2525 ใช้บังคับสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีสิ้นสุดในหรือหลัง 31 ธ.ค. 2525 เป็นต้นไป)

第65条之四 政府机构应就从政府机构购买商品的任何一级或各级公司或法人合伙,按照部级条例规定的方式、税率及商品类型,代其缴纳所得税,且仅限于该项商品销售所得之所得税。

第一款所述之代缴税款,应视为纳税人在计算税款时的抵免额。

(经1982年法案(第26号)修订,自截止于或在1982年12月31日或之后的会计期间起施行)

第 66 条

มาตรา 66 บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศและกระทำกิจการในประเทศไทยต้องเสียภาษีตามบทบัญญัติในส่วนนี้

บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศและกระทำกิจการในที่อื่น ๆ รวมทั้งในประเทศไทย ให้เสียภาษีในกำไรสุทธิจากกิจการหรือเนื่องจากกิจการที่ได้กระทำในประเทศไทยในรอบระยะเวลาบัญชี และการคำนวณกำไรสุทธิให้ปฏิบัติเช่นเดียวกับมาตรา 65 และมาตรา 65 ทวิ แต่ถ้าไม่สามารถจะคำนวณกำไรสุทธิดังกล่าวแล้วได้ ให้นำบทบัญญัติว่าด้วยการประเมินภาษีตามมาตรา 71 (1) มาใช้บังคับโดยอนุโลม

第66条 公司或法人合伙,凡根据泰国法律设立,或根据外国法律设立并在泰国境内开展业务者,必须根据本部分之规定缴纳税款

根据外国法律设立并在其他地方(包括泰国境内)开展业务的公司或法人合伙,应就其在会计期间内于泰国境内开展业务或因在泰国境内开展业务所产生的净利润缴纳税款,且净利润的计算应比照第65条及第65条之二执行;但若无法计算上述净利润,则比照适用第71(1)条关于评税之规定

第 67 条

มาตรา 67 การเสียภาษีตามความในส่วนนี้ ให้เสียตามอัตราที่กำหนดไว้ในบัญชีอัตราภาษีเงินได้ท้ายหมวดนี้ เว้นแต่

第67条 根据本部分规定缴纳的税款,应按本章末尾所得税税率表所规定的税率缴纳,但以下情况除外:

(1) ในกรณีที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลตามมาตรา 66 วรรคสอง กระทำกิจการขนส่งผ่านประเทศต่าง ๆ ให้เสียภาษีเฉพาะกิจการขนส่งตามเกณฑ์ ดังต่อไปนี้

(1) 若第66条第二款规定的公司或法人合伙从事跨国运输业务,应按下列标准仅就运输业务缴纳税款:

(ก) ในกรณีรับขนคนโดยสาร ให้เสียภาษีในอัตราร้อยละ ๓ ของค่าโดยสาร ค่าธรรมเนียม และประโยชน์อื่นใดที่เรียกเก็บในประเทศไทยก่อนหักรายจ่ายใด ๆ เนื่องในการรับขนคนโดยสารนั้น

(a) 在承运旅客的情况下,应按承运旅客所收取的票价、费用及在泰国境内收取的任何其他利益的3%缴纳税款,且在扣除任何因该承运旅客业务而产生的支出前计算。

(ข) ในกรณีรับขนของ ให้เสียภาษีในอัตราร้อยละ ๓ ของค่าระวาง ค่าธรรมเนียม และประโยชน์อื่นใดที่เรียกเก็บไม่ว่าในหรือนอกประเทศไทย ก่อนหักรายจ่ายใด ๆ เนื่องในการรับขนของออกจากประเทศไทยนั้น

(b) 在承运货物的情况下,应按承运货物所收取的运费、费用及无论在泰国境内或境外收取的任何其他利益的3%缴纳税款,且在扣除任何因将货物运出泰国而产生的支出前计算。

(2) มูลนิธิหรือสมาคมที่ประกอบกิจการซึ่งมีรายได้อันมิใช่รายได้ตามมาตรา 65 ทวิ (13) ให้เสียภาษีในอัตราร้อยละ 10 ของรายได้ก่อนหักรายจ่ายใด ๆ

(2) 从事具有非第65条之二

(13) 所列收入之业务的基金会或协会,应按其收入的10%缴纳税款,且在扣除任何支出前计算。

(3) เงินได้ตามมาตรา 40 (4) (ก) ของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่เป็นกองทุนรวมให้เสียภาษีในอัตราร้อยละ 15 ของรายได้ก่อนหักรายจ่ายใด ๆ

(3) 作为共同基金的公司或法人合伙,其第40条

(4)

(a) 项项下的所得,应按其收入的15%缴纳税款,且在扣除任何支出前计算。

(แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 52) พ.ศ. 2562 ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2562 เป็นต้นไป)

(经2019年修订税法典法案(第52号)修订,自2019年8月20日起施行)

第 67之二 条

มาตรา 67 ทวิ เพื่อประโยชน์ในการจัดเก็บภาษีก่อนถึงกำหนดเวลาตามมาตรา 68 ให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลยื่นรายการตามแบบที่อธิบดีกำหนดพร้อมกับชำระภาษีต่ออำเภอ ณ ที่ว่าการอำเภอท้องที่ภายในสองเดือนนับแต่วันสุดท้ายของรอบระยะเวลาหกเดือนนับแต่วันแรกของรอบระยะเวลาบัญชี ดังนี้

第67条之二 为便于在第68条规定的期限届满前征收税款,公司或法人合伙应按照税务厅厅长规定的格式提交申报表,并向当地县政府办公地所属县级税务机关缴纳税款,须在会计期间首日起算之六个月期间的最后一日后两个月内,按如下方式进行:

(1) ในกรณีบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนอกจากที่กล่าวใน (2) ให้จัดทำประมาณการกำไรสุทธิหรือขาดทุนสุทธิซึ่งได้จากกิจการหรือเนื่องจากกิจการที่ได้กระทำหรือจะได้กระทำในรอบระยะเวลาบัญชีนั้น แล้วให้คำนวณและชำระภาษีจากจำนวนกึ่งหนึ่งของประมาณการกำไรสุทธิในรอบระยะเวลาบัญชีนั้น

(1) 若公司或法人合伙非属于(2)项所述情形,应编制该会计期间内已开展或将要开展的业务所产生的净利润或净亏损的预估值,并按该会计期间预估净利润金额的一半计算并缴纳税款。

(2) ในกรณีบริษัทจดทะเบียน ธนาคารพาณิชย์ตามกฎหมายว่าด้วยการธนาคารพาณิชย์ หรือบริษัทเงินทุน บริษัทหลักทรัพย์ หรือบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ ตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ หรือบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด ให้คำนวณและชำระภาษีจากกำไรสุทธิของรอบระยะเวลาหกเดือนนับแต่วันแรกของรอบระยะเวลาบัญชี ตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในมาตรา 65 ทวิ และมาตรา 65 ตรี

(พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 31) พ.ศ. 2534 ใช้บังคับ 26 พ.ย. 2534 เป็่นต้นไป)

ภาษีที่ชำระตามวรรคหนึ่ง ให้ถือเป็นเครดิตในการคำนวณภาษีที่ต้องชำระตามมาตรา 68

ความในวรรคหนึ่งมิให้ใช้บังคับแก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลซึ่งมีรอบระยะเวลาบัญชีแรก หรือรอบระยะเวลาบัญชีสุดท้ายน้อยกว่าสิบสองเดือน

(พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 11) พ.ศ. 2525 ใช้บังคับสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีเริ่มในหรือหลัง 1 ม.ค. 2526 เป็นต้นไป)

(2) 若为上市公司、根据商业银行法规定的商业银行、根据金融业务、证券业务及信贷业务法规定的金融公司、证券公司或信贷公司,或符合税务厅厅长规定的标准、方法及条件的会社或法人合伙,应根据第65条之二及第65条之三规定的条件,按会计期间首日起算之六个月期间的净利润计算并缴纳税款。

(经1991年法案(第31号)修订,自1991年11月26日起施行)

第一款所缴纳的税款,应视为计算第68条规定应纳税额时的抵减额。

第一款之规定不适用于首个会计期间或最后一个会计期间少于十二个月的公司或法人合伙。

(经1982年紧急法令(第11号)修订,适用于自1983年1月1日起或之后开始的会计期间)

第 67之三 条

มาตรา 67 ตรี ในกรณีที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ไม่ยื่นรายการและชำระภาษีตามมาตรา 67 ทวิ (1) หรือยื่นรายการและชำระภาษีตามมาตรา 67 ทวิ(1) โดยแสดงประมาณการกำไรสุทธิขาดไปเกินร้อยละ 25 ของกำไรสุทธ ิซึ่งได้จากกิจการหรือเนื่องจากกิจการที่กระทำในรอบระยะเวลาบัญชีนั้น โดยไม่มีเหตุอันสมควร บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้นต้องเสียเงินเพิ่มอีกร้อยละ 20 ของจำนวนเงินภาษีที่ต้องชำระตามมาตรา 67 ทวิ (1) หรือของกึ่งหนึ่งของจำนวนเงินภาษีที่ต้องเสียในรอบระยะเวลาบัญชีนั้น หรือของภาษีที่ชำระขาด แล้วแต่กรณี

第67条之三 在公司或法人合伙未根据第67条之二

(1) 款提交申报表并缴纳税款,或根据第67条之二

(1) 款提交申报表并缴纳税款,但其申报的净利润预估值低于该会计期间内因经营业务或因经营业务所获净利润的25%且无正当理由的情况下,该公司或法人合伙须就第67条之二

(1) 款规定的应缴税款金额、或该会计期间内应纳税额的一半、或少缴的税款金额,按20%缴纳滞纳金,视具体情况而定。

在公司或法人合伙未根据第67条之二

ในกรณีที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลไม่ยื่นรายการและชำระภาษีตามมาตรา 67 ทวิ (2) หรือยื่นรายการและชำระภาษีตามมาตรา 67 ทวิ (2) ไว้ไม่ถูกต้อง โดยไม่มีเหตุอันสมควร ทำให้จำนวนภาษีที่ต้องชำระขาดไป บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้นต้องเสียเงินเพิ่มอีกร้อยละ 20 ของจำนวนเงินภาษีที่ต้องชำระตามมาตรา 67 ทวิ (2) หรือของภาษีที่ชำระขาด แล้วแต่กรณี

(2) 款提交申报表并缴纳税款,或根据第67条之二

(2) 款提交申报表并缴纳税款但不正确,且因无正当理由导致应缴税款金额减少的情况下,该公司或法人合伙须就第67条之二

(2) 款规定的应缴税款金额、或少缴的税款金额,按20%缴纳滞纳金,视具体情况而定。

เงินเพิ่มตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง ให้ถือเป็นค่าภาษีและอาจลดลงได้ตามระเบียบที่อธิบดีกำหนดโดยอนุมัติรัฐมนตรี

第一款及第二款所述之滞纳金应视为税款,并可根据税务厅厅长经财政部长批准后制定的规章予以减免。

(พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 31) พ.ศ. 2534 ใช้บังคับ 26 พ.ย. 2534 เป็นต้นไป)

(经1991年法案(第31号)修订,自1991年11月26日起施行)

第 68 条

มาตรา 68 ภายในหนึ่งร้อยห้าสิบวันนับแต่วันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชี ให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลยื่นรายการ ซึ่งจำเป็นต้องใช้ในการคำนวณภาษีในรอบระยะเวลาบัญชีตามแบบที่อธิบดีกำหนดพร้อมกับชำระภาษีต่ออำเภอ

(พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 16) พ.ศ. 2502 ใช้บังคับสำหรับเงินได้ที่ต้องยื่นใน พ.ศ. 2503 เป็นต้นไป)

第68条 在会计期间最后一日起一百五十日内,公司或法人合伙应按照税务厅厅长规定的格式提交会计期间内计算税款所需的资料,并向县税务局缴纳税款。

(经1959年法案(第16号)修订,适用于1960年及以后须申报的所得)

第 68之二 条

มาตรา 68 ทวิ เพื่อประโยชน์ในการคำนวณภาษีให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลจัดทำบัญชีงบดุล บัญชีทำการ และบัญชีกำไรขาดทุนในรอบระยะเวลาบัญชีตามมาตรา 65

บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลตามมาตรา 66 วรรคสอง ซึ่งกระทำกิจการขนส่งผ่านประเทศต่างๆ ให้ทำบัญชีรายรับก่อนหักรายจ่ายเกี่ยวกับค่าโดยสาร ค่าระวาง ค่าธรรมเนียม และประโยชน์อื่นใดอันต้องเสียภาษีแทนบัญชีงบดุล บัญชีทำการและบัญชีกำไรขาดทุนในรอบระยะเวลาบัญชีเฉพาะกิจการขนส่งดังกล่าวแล้ว

第68条之二 为计算税款之利益,公司或法人合伙应按第65条之规定,在会计期间编制资产负债表、损益表及利润表。

第66条第二款所述从事跨国运输业务的公司或法人合伙,应就该运输业务,针对扣除费用前的票价、运费、费用及其他应税利益,编制收入账簿,以替代该运输业务在会计期间的资产负债表、损益表及利润表。

第 69 条

มาตรา 69 ภายในหนึ่งร้อยห้าสิบวันนับแต่วันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชี ให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลยื่นรายการซึ่งจำเป็นต้องใช้ในการคำนวณภาษีตามมาตรา 65 มาตรา 65 ทวิ มาตรา 66 และมาตรา 67 เกี่ยวกับรายรับ รายจ่าย กำไรสุทธิและรายการอื่น ๆ ต่อเจ้าพนักงานประเมินตามแบบที่อธิบดีกำหนด พร้อมด้วยบัญชีงบดุล บัญชีทำการ และบัญชีกำไรขาดทุน บัญชีรายรับรายจ่าย หรือบัญชีรายรับก่อนหักรายจ่ายที่มีบุคคลตามมาตรา 3 สัตต ตรวจสอบและรับรองในรอบระยะเวลาบัญชีดังกล่าว แล้วแต่กรณี

(พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 25) พ.ศ. 2525 ใช้บังคับสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีเริ่มในหรือหลัง 1 ม.ค. 2526 เป็นต้นไป)

第69条 在会计期间最后一日起一百五十日内,公司或法人合伙应按照税务厅厅长规定的格式,向评税官提交根据第65条、第65条之二、第66条及第67条计算税款所需的关于收入、支出、净利润及其他项目的资料,并随附资产负债表、损益表、利润表、收支账簿或经第3条之七所列人员在上述会计期间审计并认证的扣除支出前的收入账簿,视具体情况而定。

(经1982年法案(第25号)修订,适用于自1983年1月1日起或之后开始的会计期间)

第 69之二 条

มาตรา 69 ทวิ ภายใต้บังคับมาตรา 70 ถ้ารัฐบาล องค์การของรัฐบาล เทศบาล สุขาภิบาล หรือองค์การบริหารราชการส่วนท้องถิ่นอื่น เป็นผู้จ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 ให้กับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลใด ให้คำนวณหักภาษีเงินได้ไว้ ณ ที่จ่ายในอัตราร้อยละ 1 ภาษีที่หักไว้นี้ให้ถือเป็นเครดิตในการคำนวณภาษีเงินได้ของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลตามรอบระยะเวลาบัญชีที่หักไว้นั้น ในการนี้ให้นำมาตรา 52 มาตรา 53 มาตรา 54 มาตรา 58 และมาตรา 59 มาใช้บังคับโดยอนุโลม

(พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 16) พ.ศ. 2502 ใช้บังคับ 5 พ.ย. 2502 เป็นต้นไป)

第69条之二 在不违反第70条规定的前提下,若政府、政府机构、自治市、卫生署或其他地方行政机构向任何公司或法人合伙支付第40条规定的应税所得,应按1%的税率计算预扣税。此项扣缴的税款应视为该公司或法人合伙在扣缴所属会计期间计算企业所得税时的抵免额。为此,应比照适用第52条、第53条、第54条、第58条及第59条。

(经1959年法案(第16号)修订,自1959年11月5日起施行)

第 69之三 条

มาตรา 69 ตรี ให้บุคคล ห้างหุ้นส่วน บริษัท สมาคม หรือคณะบุคคล ผู้จ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (8) เฉพาะที่จ่ายให้กับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ซึ่งขายอสังหาริมทรัพย์คำนวณหักภาษีเงินได้ไว้ ณ ที่จ่ายในอัตราร้อยละ 1 แล้วนำส่งพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้รับจดทะเบียนสิทธิ และนิติกรรมในขณะที่มีการจดทะเบียน และให้นำความในมาตรา 52 วรรคสอง และวรรคสาม มาใช้บังคับโดยอนุโลม

ภาษีที่หักไว้และนำส่งตามวรรคหนึ่งให้ถือเป็นเครดิตในการคำนวณภาษีเงินได้ของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ถูกหักภาษีตามรอบระยะเวลาบัญชีที่หักไว้นั้น

(พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 9) พ.ศ. 2525 ใช้บังคับ 27 ก.พ. 2525 เป็นต้นไป)

第69条之三 对于根据第40条(8)项支付应税所得的个人、合伙企业、公司、协会或团体,仅限向销售不动产的公司或法人合伙支付的部分,应按1%的税率计算预扣所得税,并在办理权利及法律行为登记时,将其缴纳给负责登记权利及法律行为的官员,并准用第52条第二款及第三款之规定。

第一款所扣缴并缴纳的税款,应视为被扣缴所得税的公司或法人合伙在扣缴该会计期间计算所得税时的抵免额。

(经1982年紧急法令(第9号)修订,自1982年2月27日起施行)

第 70 条

มาตรา 70 บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศมิได้ประกอบกิจการในประเทศไทยแต่ได้รับเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (2)(3) (4) (5) หรือ (6) ที่จ่ายจากหรือในประเทศไทย ให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้นเสียภาษี โดยให้ผู้จ่ายหักภาษีจากเงินได้พึงประเมินที่จ่ายตามอัตราภาษีเงินได้สำหรับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล แล้วนำส่งอำเภอท้องที่พร้อมกับยื่นรายการตามแบบที่อธิบดีกำหนดภายในเจ็ดวันนับแต่วันสิ้นเดือนของเดือนที่จ่ายเงินได้พึงประเมินนั้น ทั้งนี้ ให้นำมาตรา 54 มาใช้บังคับโดยอนุโลม

第70条 根据外国法律成立的公司或法人合伙,虽未在泰国境内经营业务,但收到从泰国支付或在泰国境内支付的第40条

(2)(3)(4)(5) 或

(6) 项下的应税所得,该公司或法人合伙应缴纳税款;由支付方按公司或法人合伙所得税税率从支付的应税所得中扣除预扣税,并于支付应税所得当月月底后的七日内,按照税务厅厅长规定的格式提交纳税申报表并向当地县级税务机关缴纳。同时,比照适用第54条。

(พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 16) พ.ศ. 2534 ใช้บังคับ 1 ม.ค. 2535 เป็นต้นไป)

(经1991年紧急法令(第16号)修订,自1992年1月1日起施行)

ความในวรรคหนึ่งมิให้ใช้บังคับในกรณีที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศ ได้รับเงินได้พึงประเมินที่เป็นดอกเบี้ยจากรัฐบาลหรือสถาบันการเงินที่มีกฎหมายโดยเฉพาะของประเทศไทยจัดตั้งขึ้นสำหรับให้กู้ยืมเงินเพื่อส่งเสริมเกษตรกรรม พาณิชยกรรม หรืออุตสาหกรรม

第一款之规定不适用于以下情形:根据泰国专门法律为促进农业、商业或工业而设立的政府或金融机构所支付的利息类应税所得,由根据外国法律成立的公司或法人合伙所收取。

(ประกาศของคณะปฏิวัติ (ฉบับที่ 206) พ.ศ. 2515 ใช้บังคับ 16 ก.ย. 2515 เป็นต้นไป)

(革命委员会公告(第206号) 1972年,自1972年9月16日起施行)

第 70之二 条

มาตรา 70 ทวิ บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลใดจำหน่ายเงินกำไรหรือเงินประเภทอื่นใดที่กันไว้จากกำไรหรือที่ถือได้ว่าเป็นเงินกำไรออกไปจากประเทศไทย ให้เสียภาษีเงินได้ โดยหักภาษีจากจำนวนเงินที่จำหน่ายนั้นตามอัตราภาษีเงินได้สำหรับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล แล้วนำส่งอำเภอท้องที่พร้อมกับยื่นรายการตามแบบที่อธิบดีกำหนดภายในเจ็ดวันนับแต่วันจำหน่าย

การจำหน่ายเงินกำไรตามวรรคหนึ่งให้หมายความรวมถึง

第70条之二 任何公司或法人合伙将利润或其他任何从利润中留存或可视为利润的款项汇出泰国境外,应缴纳所得税,按公司或法人合伙所得税税率从该汇出金额中扣除所得税,并应在汇出之日起七日内,按照税务厅厅长规定的格式提交申报表并向当地县级税务机关缴纳。

第一款所述之利润汇出应包括:

(1) การจำหน่ายเงินกำไร หรือเงินประเภทอื่นใดที่กันไว้จากกำไรหรือที่ถือได้ว่าเป็นเงินกำไรจากบัญชีกำไรขาดทุนหรือบัญชีอื่นใดไปชำระหนี้หรือหักกลบลบหนี้ หรือไปตั้งเป็นยอดเจ้าหนี้ในบัญชีของบุคคลใด ๆ ในต่างประเทศ หรือ

(1) 将利润或任何从利润中留存或可视为利润的其他款项,从损益表或其他任何账户中汇出以偿还债务、抵销债务,或在境外的任何人的账户中列为应付账款余额;或

(2) ในกรณีที่มิได้ปรากฏข้อเท็จจริงดังกล่าวใน (1) แต่ได้มีการขออนุญาตซื้อและโอนเงินตราต่างประเทศซึ่งเป็นเงินกำไรหรือเงินประเภทอื่นใดที่กันไว้จากกำไรหรือที่ถือได้ว่าเป็นเงินกำไรออกไปต่างประเทศ หรือ

(2) 在未出现(1)项所述事实的情况下,申请购买并向境外转移作为利润或任何从利润中留存或可视为利润的其他款项的外币;或

(3) การปฏิบัติอย่างอื่นซึ่งก่อให้เกิดผลตาม (1) หรือ (2)

(พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 16) พ.ศ. 2534 ใช้บังคับ 1 ม.ค. 2535 เป็นต้นไป)

(3) 其他导致(1)项或(2)项结果的行为

(经1991年紧急法令(第16号)修订,自1992年1月1日起施行)

第 70之三 条

มาตรา 70 ตรี บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลใด ส่งสินค้าออกไปต่างประเทศให้แก่หรือตามคำสั่งของสำนักงานใหญ่ สาขา บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลในเครือเดียวกัน ตัวการ ตัวแทน นายจ้าง หรือลูกจ้าง ให้ถือว่าการที่ได้ส่งสินค้าไปนั้นเป็นการขายในประเทศไทยด้วย และให้ถือราคาสินค้าตามราคาตลาดในวันที่ส่งไปเป็นรายได้ในรอบระยะเวลาบัญชีที่ส่งไปนั้น

ความในวรรคก่อนมิให้ใช้บังคับในกรณีที่สินค้านั้น

(1) เป็นของที่ส่งไปเป็นตัวอย่างหรือเพื่อการวิจัยโดยเฉพาะ

(2) เป็นของผ่านแดน

(3) เป็นของที่นำเข้ามาในราชอาณาจักร แล้วส่งกลับออกไปให้ผู้ส่งเข้ามาภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่สินค้านั้นเข้ามาในราชอาณาจักร

(4) เป็นของที่ส่งออกไปนอกราชอาณาจักร แล้วส่งกลับคืนเข้ามาให้ผู้ส่งในราชอาณาจักรภายในหนึ่งปี นับแต่วันที่ส่งสินค้าออกไปนอกราชอาณาจักร

(พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 16) พ.ศ. 2502 ใช้บังคับ 5 พ.ย. 2502 เป็นต้นไป)

第70条之三 任何公司或法人合伙将货物运往国外,交付给或根据总部、分公司、同一集团内的公司或法人合伙、委托人、代理人、雇主或雇员的指令进行运送的,应视为该货物运送行为亦是在泰国境内的销售,且应以运送当日的市场价格作为该货物在运送所属会计期间内的收入。

第 71 条

มาตรา 71 ในกรณีที่

第71条 在下列情况下

(1) บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลใดไม่ยื่นรายการซึ่งจำเป็นต้องใช้ในการคำนวณภาษีตามบทบัญญัติในส่วนนี้ หรือมิได้ทำบัญชีหรือทำไม่ครบตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 17 หรือมาตรา 68 ทวิ หรือไม่นำบัญชี เอกสารหรือหลักฐานอื่นมาให้เจ้าพนักงานประเมินทำการไต่สวนตามมาตรา 19 หรือมาตรา 23 เจ้าพนักงานประเมินมีอำนาจประเมินภาษีในอัตราร้อยละ 5 ของยอดรายรับก่อนหักรายจ่ายใด ๆ หรือยอดขายก่อนหักรายจ่ายใด ๆ ของรอบระยะเวลาบัญชีแล้วแต่อย่างใดจะมากกว่า ถ้ายอดรายรับก่อนหักรายจ่ายหรือยอดขายก่อนหักรายจ่ายดังกล่าวไม่ปรากฏ เจ้าพนักงานประเมินมีอำนาจประเมินโดยอาศัยเทียบเคียงกับยอดในรอบระยะเวลาบัญชีก่อนนั้นขึ้นไป ถ้ายอดในรอบระยะเวลาบัญชีก่อนนั้นขึ้นไป ไม่ปรากฏให้ประเมินได้ตามที่เห็นสมควร

(1) 任何公司或法人合伙未提交根据本部分规定用于计算税款所需的资料,或未按第17条或第68条之二的规定进行会计核算或核算不完整,或未向评税官提供会计账簿、文件或其他证据以供其根据第19条或第23条进行调查的,评税官有权按会计期间总收入扣除任何费用前的总额,或总销售额扣除任何费用前的总额中较高者之5%的税率核定税款;若上述扣除任何费用前的总收入或扣除任何费用前的总销售额不明,评税官有权参照此前会计期间的金额进行核定;若此前会计期间的金额亦不明,则可按其认为适当的方式进行核定。

(2) บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลใดมิได้ลงรายการหรือลงรายการไม่ครบถ้วน หรือไม่ตรงตามความจริงในบัญชีตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 17 หรือมาตรา 68 ทวิ เป็นเหตุให้ไม่ต้องเสียภาษี หรือเสียภาษีน้อยลง เจ้าพนักงานประเมินมีอำนาจประเมินภาษีที่ขาดตามอัตราภาษีในมาตรา 67 และอาจสั่งให้ผู้ต้องเสียภาษีเสียเงินเพิ่มขึ้นอีกสองเท่าของจำนวนเงินภาษีที่ขาดก็ได้

(2) 任何公司或法人合伙在第17条或第68条之二规定的会计账簿中未记录事项、记录不完整或记录与事实不符,导致无需缴纳税款或少缴税款的,评税官有权按第67条规定的税率核定欠缴税款,并可责令纳税人额外缴纳相当于欠缴税款金额两倍的滞纳金。

(3) บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลใดมิได้ปฏิบัติตามคำสั่งของอธิบดีซึ่งสั่งตามมาตรา 17 เจ้าพนักงานประเมินมีอำนาจสั่งให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้นปฏิบัติตามคำสั่งของอธิบดีให้เสร็จภายในสามสิบวันนับแต่วันได้รับคำสั่งของเจ้าพนักงานประเมิน หรือสั่งให้จัดบุคคลมาปฏิบัติตามคำสั่งของอธิบดี ณ สำนักงานของเจ้าพนักงานประเมินให้เสร็จภายในกำหนดเวลาดังกล่าวแล้วก็ได้ ถ้าบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลดังกล่าวไม่ปฏิบัติตาม หรือปฏิบัติไม่ครบถ้วน เจ้าพนักงานประเมินมีอำนาจประเมินภาษีในอัตราและวิธีการดังกล่าวใน (1)

บทบัญญัติมาตรานี้ไม่เป็นการเสื่อมสิทธิที่เจ้าพนักงานประเมินจะประเมินให้เสียภาษีตามบทบัญญัติในมาตราอื่น

การประเมินตามความในมาตรานี้ จะอุทธรณ์การประเมินก็ได้

(ประกาศของคณะปฏิวัติ (ฉบับที่ 10) พ.ศ. 2520 ใช้บังคับสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีสิ้นสุดในหรือหลัง 31 ธ..ค 2520 เป็นต้นไป)

(3) 任何公司或法人合伙未遵守税务厅厅长根据第17条所发布的命令的,评税官有权责令该公司或法人合伙在收到评税官命令之日起三十日内完成对税务厅厅长命令的遵守,或责令指派人员在上述期限内前往评税官办公室完成对税务厅厅长命令的遵守;若该公司或法人合伙未遵守或遵守不完整,评税官有权按(1)项所述的税率和方式核定税款。

本条规定不损害评税官根据其他条文规定核定缴纳税款的权利。

根据本条进行的核定,可以进行复议。

(经1977年革命委员会公告(第10号)修订,自1977年12月31日或之后结束的会计期间起施行)

第 71之二 条

มาตรา 71 ทวิ ในกรณีที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีความสัมพันธ์กันมีข้อกำหนดทางด้านการพาณิชย์หรือการเงินระหว่างกันแตกต่างไปจากที่ควรได้กำหนด หากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลดังกล่าวได้ดำเนินการโดยอิสระในลักษณะที่เชื่อได้ว่ามีการถ่ายโอนกำไร เจ้าพนักงานประเมินมีอำนาจปรับปรุงรายได้และรายจ่ายของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลดังกล่าว ให้ได้จำนวนรายได้ที่พึงได้รับและรายจ่ายที่พึงได้จ่าย หากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลดังกล่าวได้ดำเนินการโดยอิสระเสมือนว่าบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลดังกล่าวได้รับและได้จ่ายตามนั้นเพื่อใช้คำนวณกำไรสุทธิที่ต้องเสียภาษีตามมาตรา 65 หรือเงินได้พึงประเมินที่ต้องเสียภาษีตามมาตรา 70 หรือมาตรา 70 ทวิ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง

บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีความสัมพันธ์กันตามวรรคหนึ่ง หมายความว่า บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลตั้งแต่สองนิติบุคคลขึ้นไปที่มีความสัมพันธ์กันในลักษณะ ดังต่อไปนี้

第71条之二 在关联的公司或法人合伙之间,若其商业或财务条款不同于应有的约定,且若该等公司或法人合伙在运作上并非独立,且足以认定存在利润转移行为,评税官有权调整该等公司或法人合伙的收入与支出,使其达到应得收入与应付支出的金额,若该等公司或法人合伙在运作上并非独立,视同该等公司或法人合伙已按该等金额收取与支付,以用于计算根据第65条应缴纳企业所得税的净利润,或根据第70条或第70/2条应缴纳税款的应税所得,且须符合部级条例规定的标准、程序及条件。

第71/2条 在关联的公司或法人合伙之间,若其商业或财务条款不同于应有的约定,且若该等公司或法人合伙在运作上并非独立,且足以认定存在利润转移行为,评税官有权调整该等公司或法人合伙的收入与支出,使其达到应得收入与应付支出的金额,若该等公司或法人合伙在运作上并非独立,视同该等公司或法人合伙已按该等金额收取与支付,以用于计算根据第65条应缴纳企业所得税的净利润,或根据第70条或第70/2条应缴纳税款的应税所得,且须符合部级条例规定的标准、程序及条件。

第一款所述之关联的公司或法人合伙,是指两个或两个以上具有下列关系特征的公司或法人合伙:

(1) นิติบุคคลหนึ่งถือหุ้นหรือเป็นหุ้นส่วนในอีกนิติบุคคลหนึ่งไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อมไม่น้อยกว่าร้อยละห้าสิบของทุนทั้งหมด

(1) 一个法人实体直接或间接持有另一法人实体不少于百分之五十的总资本的股份或合伙份额

(2) ผู้ถือหุ้นหรือผู้เป็นหุ้นส่วนซึ่งถือหุ้นหรือเป็นหุ้นส่วนในนิติบุคคลหนึ่งไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อมไม่น้อยกว่าร้อยละห้าสิบของทุนทั้งหมด ถือหุ้นหรือเป็นหุ้นส่วนในอีกนิติบุคคลหนึ่งไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อมไม่น้อยกว่าร้อยละห้าสิบของทุนทั้งหมด หรือ

(2) 直接或间接持有某一法人实体不少于百分之五十总资本股份或合伙份额的股东或合伙人,同时直接或间接持有另一法人实体不少于百分之五十总资本的股份或合伙份额,或

(3) นิติบุคคลที่มีความสัมพันธ์ระหว่างกันในด้านทุน การจัดการ หรือการควบคุมในลักษณะที่นิติบุคคลหนึ่งไม่อาจดำเนินการโดยอิสระจากอีกนิติบุคคลหนึ่งตามที่กำหนดโดยกฎกระทรวง

(แนววินิจฉัย กค 0702-217)

(แนววินิจฉัย กค 0702-3356)

ในกรณีที่เจ้าพนักงานประเมินได้ปรับปรุงรายได้และรายจ่ายของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีความสัมพันธ์กันตามวรรคหนึ่งแล้ว มีผลให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลได้ชำระภาษีไว้หรือถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย และนำส่งแล้วเป็นจำนวนเงินเกินกว่าที่ควรต้องเสียภาษี หรือที่ไม่มีหน้าที่ต้องเสีย ให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้นมีสิทธิยื่นคำร้องขอคืนภายในสามปีนับแต่วันสุดท้ายแห่งกำหนดเวลายื่นรายการภาษีตามที่กฎหมายกำหนดหรือภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งการปรับปรุงนั้นจากเจ้าพนักงานประเมินเป็นหนังสือ ทั้งนี้ ตามระเบียบที่อธิบดีกำหนด

(3) 在资本、管理或控制方面具有关联关系,导致某一法人实体无法根据部级条例的规定独立于另一法人实体进行运作的法人实体

(裁定意见 กค 0702-217)

(裁定意见 กค 0702-3356)

若评税官已根据第一款对有关联的公司或法人合伙的收入与支出进行了调整,导致该公司或法人合伙已缴纳的税款或已被预扣并已缴纳的税款金额超过了应缴纳的税款,或属于无须缴纳税款的情形,该公司或法人合伙有权在法律规定的纳税申报期限最后一日之日起三年内,或在收到评税官书面调整通知之日起六十日内提出退税申请,且须符合税务厅厅长规定的规章。

第 71之三 条

มาตรา 71 ตรี ให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีความสัมพันธ์กับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลอื่นในลักษณะของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีความสัมพันธ์กันตามมาตรา 71 ทวิ วรรคสอง ไม่ว่าความสัมพันธ์นั้นจะมีอยู่ตลอดรอบระยะเวลาบัญชีหรือมีธุรกรรมระหว่างกันในรอบระยะเวลาบัญชีหรือไม่ จัดทำรายงานข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีความสัมพันธ์กันและมูลค่ารวมของธุรกรรมระหว่างกันในแต่ละรอบระยะเวลาบัญชีตามแบบที่อธิบดีกำหนด และยื่นต่อเจ้าพนักงานประเมินพร้อมกับการยื่นรายการภายในกำหนดเวลาตามมาตรา 69

ภายในห้าปีนับแต่วันที่ได้ยื่นรายงานข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีความสัมพันธ์กันตามวรรคหนึ่ง เจ้าพนักงานประเมินโดยอนุมัติอธิบดี อาจส่งหนังสือแจ้งความแก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลตามวรรคหนึ่ง ให้ยื่นเอกสารหรือหลักฐานแสดงข้อมูลที่จำเป็นสำหรับการวิเคราะห์ข้อกำหนดของธุรกรรมระหว่างบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีความสัมพันธ์กันตามที่อธิบดีประกาศกำหนด และผู้ได้รับหนังสือแจ้งความต้องปฏิบัติตามภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งความ เว้นแต่กรณีที่มีเหตุจำเป็นจนไม่สามารถปฏิบัติตามกำหนดเวลาดังกล่าวได้ อธิบดีจะอนุญาตให้ขยายกำหนดเวลาดังกล่าวออกไปก็ได้ แต่ต้องไม่เกินหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งความ ทั้งนี้ เฉพาะกรณีที่ได้รับหนังสือแจ้งความเป็นครั้งแรก ให้ผู้ได้รับหนังสือแจ้งความต้องปฏิบัติตามภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งความนั้น

ความในมาตรานี้มิให้ใช้บังคับแก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีรายได้จากกิจการหรือเนื่องจากกิจการที่กระทำในรอบระยะเวลาบัญชี ไม่เกินจำนวนหรือมีลักษณะอื่นใดตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ซึ่งจำนวนรายได้ดังกล่าวต้องกำหนดไว้ไม่น้อยกว่าสองร้อยล้านบาท

(แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 47 พ.ศ. 2561)

ให้ใช้บังคับสำหรับเงินได้ของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลซึ่งรอบระยะเวลาบัญชีเริ่มในหรือหลังวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2562 เป็นต้นไป)

第71条之三 与其他公司或法人合伙具有第71条之二第二款所述关联公司或关联法人合伙关系的公司或法人合伙,无论该关系是否贯穿整个会计期间,或在会计期间内是否存在关联交易,均应按照税务厅厅长规定的格式编制有关关联公司或法人合伙的信息报告及各会计期间关联交易的总额,并应在第69条规定的期限内随纳税申报表一并向评税官提交。

第71/3条 与其他公司或法人合伙具有第71条之二第二款所述关联公司或关联法人合伙关系的公司或法人合伙,无论该关系是否贯穿整个会计期间,或在会计期间内是否存在关联交易,均应按照税务厅厅长规定的格式编制有关关联公司或法人合伙的信息报告及各会计期间关联交易的总额,并应在第69条规定的期限内随纳税申报表一并向评税官提交。

自按第一款提交关联公司或法人合伙信息报告之日起五年内,评税官经税务厅厅长批准,可以向第一款所述的公司或法人合伙发送通知函,要求其提交文件或证据,以展示税务厅厅长公告规定的用于分析关联公司或法人合伙间交易条款之必要信息,且收函人必须在收到通知函之日起六十日内履行,但若因必要事由导致无法在上述期限内履行,税务厅厅长可准予延长该期限,但不得超过收到通知函之日起一百二十日;且仅限首次收到通知函的情况,收函人必须在收到该通知函之日起一百八十日内履行。

本条规定不适用于在会计期间内从事业务所得或因业务所得的收入不超过部级条例规定金额或具有部级条例规定其他特征的公司或法人合伙,且该收入金额规定不得低于两亿泰铢。

(经2018年税法典修订法案(第47号)修订

适用于会计期间自2019年1月1日或之后开始的公司或法人合伙所得)

第 72 条

มาตรา 72 ในกรณีที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลเลิกกัน ให้ผู้ชำระบัญชีและผู้จัดการมีหน้าที่ร่วมกันแจ้งให้เจ้าพนักงานประเมินทราบการเลิกของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้นภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่เจ้าพนักงานรับจดทะเบียนเลิก ถ้าบุคคลดังกล่าวแล้วไม่ปฏิบัติตาม เจ้าพนักงานประเมินอาจสั่งให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้นเสียเงินภาษีเพิ่มขึ้นอีก 1 เท่าของจำนวนภาษีที่ต้องเสีย เงินนี้ให้ถือเป็นค่าภาษี

ในกรณีที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลเลิกกันดังกล่าวแล้ว เพื่อประโยชน์ในการคำนวณภาษี ให้ถือว่าวันที่เจ้าพนักงานรับจดทะเบียนเลิกเป็นวันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชี ให้ผู้ชำระบัญชีและผู้จัดการมีหน้าที่และความรับผิดร่วมกันในการยื่นรายการและเสียภาษีตามแบบและภายในกำหนดเวลาที่กำหนดไว้ในมาตรา 68 และมาตรา 69 โดยอนุโลม

ถ้าผู้ชำระบัญชีและผู้จัดการไม่สามารถยื่นรายการและเสียภาษีภายในกำหนดเวลาตามความในวรรคก่อนได้ และได้ยื่นคำร้องต่ออธิบดีภายในสามสิบวันนับแต่วันที่เจ้าพนักงานรับจดทะเบียนเลิก เมื่ออธิบดีพิจารณาเห็นสมควรจะสั่งให้ขยายระยะเวลาออกไปอีกก็ได้เฉพาะกรณีที่มีการชำระบัญชี อธิบดีจะสั่งให้ขยายรอบระยะเวลาบัญชีออกไปอีกด้วยก็ได้

ในกรณีที่ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลเลิกกันโดยไม่มีการชำระบัญชี ให้ผู้จัดการห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลมีหน้าที่และความรับผิดเช่นเดียวกับผู้ชำระบัญชีร่วมกับผู้เป็นหุ้นส่วนซึ่งมีอำนาจจัดการตามที่บัญญัติไว้ในสามวรรคก่อน

第72条 在公司或法人合伙解散的情况下,清算人与经理有共同义务在官员受理解散登记之日起十五日内,将该公司或法人合伙的解散情况通知评税官。若上述人员未履行义务,评税官可责令该公司或法人合伙额外缴纳相当于应纳税额一倍的税款,此款项应视为税款。

在上述公司或法人合伙解散的情况下,为计算税款之利益,应将官员受理解散登记之日视为会计期间的最后一日,清算人与经理有共同义务并承担责任,参照第68条及第69条规定的格式及期限进行申报并缴纳税款。

若清算人与经理无法在上一款规定的期限内进行申报并缴纳税款,且已在官员受理解散登记之日起三十日内向税务厅厅长提出申请,经税务厅厅长认为适当,可责令延长期限;仅在进行清算的情况下,税务厅厅长亦可责令延长会计期间。

在法人合伙未进行清算而解散的情况下,法人合伙经理应承担与清算人以及根据前三款规定具有管理权限的合伙人相同的义务与责任。

第 73 条

มาตรา 73 ในกรณีที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลควบเข้ากันกับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลอื่น เพื่อประโยชน์ในการคำนวณภาษี ให้ถือว่าแต่ละบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลซึ่งควบเข้ากันนั้นได้เลิกกัน และให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลใหม่อันได้ควบเข้ากันมีหน้าที่และความรับผิดในการยื่นรายการและเสียภาษีแทนแต่ละบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลซึ่งให้ถือว่าเลิกกันนั้น ในกรณีดังกล่าวนี้ให้นำบทบัญญัติมาตรา 72 มาใช้บังคับโดยอนุโลม และสำหรับกรณีบริษัทนิติบุคคล ให้กรรมการของบริษัทนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นใหม่มีหน้าที่และความรับผิดเช่นเดียวกับผู้ชำระบัญชีตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 72

第73条 在公司或法人合伙与其他公司或法人合伙合并的情况下,为计算税款之目的,应视为各合并之公司或法人合伙均已解散,且合并后产生之新公司或法人合伙应承担代替各该视为已解散之公司或法人合伙进行申报及缴纳税款之义务与责任。在此类情况下,应比照适用第72条之规定,且对于公司法人之情形,新设立之公司法人之董事应承担与第72条所规定之清算人相同的义务与责任。

第 74 条

มาตรา 74 ในกรณีที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลเลิกกันหรือควบเข้ากันกับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลอื่น การคำนวณกำไรสุทธิเพื่อคำนวณภาษีให้เป็นไปตามวิธีการในมาตรา 65 มาตรา 65 ทวิ และ มาตรา 66 เว้นแต่

第74条 在公司或法人合伙解散或与其他公司或法人合伙合并的情况下,为计算税款而进行的净利润计算,应按照第65条、第65条之二及第66条规定的方法进行,但以下情况除外:

(1) การตีราคาทรัพย์สิน

(1) 资产估值

(ก) ในกรณีที่เลิกบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ให้ตีตามราคาตลาดในวันเลิก

(a) 在公司或法人合伙解散的情况下,应按解散当日的市场价格进行估值

(ข) ในกรณีที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลควบเข้ากันให้ตีตามราคาตลาดในวันที่ควบเข้ากัน แต่ไม่ให้ถือว่าราคาดังกล่าวเป็นรายได้หรือรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิหรือขาดทุนสุทธิของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลเดิมอันได้ควบเข้ากันนั้น และให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลใหม่อันได้ควบเข้ากันถือราคาของทรัพย์สินนั้นตามราคาที่ปรากฏในบัญชีของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลเดิมในวันที่ควบเข้ากันเพื่อประโยชน์ในการคำนวณกำไรสุทธิหรือขาดทุนสุทธิจนกว่าจะได้มีการจำหน่ายทรัพย์สินนั้นไป ทรัพย์สินรายการใดมีสิทธิหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาก็ให้หักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาในการคำนวณกำไรสุทธิหรือขาดทุนสุทธิตามหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข และอัตราที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลเดิมใช้อยู่เพียงเท่าที่ระยะเวลาและมูลค่าต้นทุนที่เหลืออยู่สำหรับทรัพย์สินนั้นเท่านั้น และห้ามมิให้นำผลขาดทุนสุทธิของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลเดิมมาถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิหรือขาดทุนสุทธิ

(b) 在公司或法人合伙合并的情况下,应按合并当日的市场价格进行估值,但该价格不得视为原合并公司或法人合伙在计算净利润或净亏损时的收入或支出,且合并后产生的新公司或法人合伙应就该资产的价格,为计算净利润或净亏损之目的,在资产处置前,按原公司或法人合伙在合并当日账面上的价格进行核算;对于有权扣除损耗及折旧的资产项目,应按照原公司或法人合伙所采用的标准、方法、条件及比率,仅就该资产剩余的期间和成本价值进行损耗及折旧扣除,且禁止将原公司或法人合伙的净亏损视为计算净利润或净亏损时的支出

(ค) ในกรณีที่มีการโอนกิจการระหว่างบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลด้วยกันโดยที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลผู้โอนกิจการต้องจดทะเบียนเลิกและมีการชำระบัญชีในรอบระยะเวลาบัญชีที่โอนกิจการนั้น ให้ตีตามราคาตลาดในวันที่จดทะเบียนเลิกและให้นำความใน (ข) มาใช้บังคับโดยอนุโลม

(c) 在公司或法人合伙之间进行业务转让的情况下,若转让业务的公司或法人合伙必须在转让该业务的会计期间内办理注销登记并进行清算,则应按注销登记当日的市场价格进行估值,并比照适用(b)项之规定

(พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 31) พ.ศ. 2534 ใช้บังคับ 26 พ.ย. 2534 เป็นต้นไป)

(经1991年法案(第31号)修订,自1991年11月26日起施行)

(2) เงินสำรองหรือเงินกำไรยกมาจากรอบระยะเวลาบัญชีก่อน ๆ เฉพาะส่วนที่ยังมิได้เสียภาษีเงินได้ ให้นำมารวมคำนวณเป็นรายได้ในรอบระยะเวลาบัญชีสุดท้ายด้วย

(2) 仅针对尚未缴纳所得税的部分,应将从前述会计期间结转的准备金或利润金额,合并计入最后一个会计期间的收入中进行计算

(3) ในกรณีที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลประกอบกิจการประกันภัย ให้นำเงินสำรอง ซึ่งได้กันไว้ในรอบระยะเวลาบัญชีก่อน ๆ ตามมาตรา 65 ตรี (1) เฉพาะส่วนที่ยังมิได้นำมาเป็นรายได้มารวมคำนวณเป็นรายได้ด้วย

(3) 在公司或法人合伙从事保险业务的情况下,应将根据第65条之三

(1) 项在前期会计期间所提取的、且尚未计入收入的部分准备金,合并计入收入中进行计算

บทบัญญัติมาตรานี้มิให้ใช้บังคับแก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลตามมาตรา 66 วรรคสอง เฉพาะที่กระทำกิจการขนส่งผ่านประเทศต่าง ๆ

本条规定不适用于第66条第二款所述从事跨国运输业务的公司或法人合伙

(พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 16) พ.ศ. 2502 ใช้บังคับสำหรับเงินได้ที่ต้องยื่นใน พ.ศ. 2503 เป็นต้นไป)

(经1959年法案(第16号)修订,适用于1960年及以后须申报的所得)

第 75 条

มาตรา 75 ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 26) พ.ศ. 2525 ( ใช้บังคับ 27 ส.ค. 2525 เป็นต้นไป)

第75条 经1982年修订法案(第26号)废止 (自1982年8月27日起施行)

第 76 条

มาตรา 76 ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 26) พ.ศ. 2525 ( ใช้บังคับ 27 ส.ค. 2525 เป็นต้นไป)

第76条 经1982年修订法案(第26号)废止 (自1982年8月27日起施行)

第 76之二 条

มาตรา 76 ทวิ บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลซึ่งตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศมีลูกจ้าง หรือผู้ทำการแทน หรือผู้ทำการติดต่อในการประกอบกิจการในประเทศไทย ซึ่งเป็นเหตุให้ได้รับเงินได้หรือผลกำไรในประเทศไทย ให้ถือว่าบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้น ประกอบกิจการในประเทศไทย และให้ถือว่าบุคคลผู้เป็นลูกจ้าง หรือผู้ทำการแทน หรือผู้ทำการติดต่อเช่นว่านั้น ไม่ว่าจะเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลเป็นตัวแทนของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลซึ่งตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศ และให้บุคคลนั้นมีหน้าที่และความรับผิดในการยื่นรายการและเสียภาษีตามบทบัญญัติในส่วนนี้เฉพาะที่เกี่ยวกับเงินได้หรือผลกำไรที่กล่าวแล้ว

ในกรณีที่กล่าวในวรรคแรก ถ้าบุคคลผู้มีหน้าที่และความรับผิดในการยื่นรายการและเสียภาษีไม่สามารถจะคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีตามบทบัญญัติในส่วนนี้ได้ ให้นำบทบัญญัติว่าด้วยการประเมินภาษีตามมาตรา 71 (1) มาใช้บังคับโดยอนุโลม

ในกรณีการประเมินตามความในมาตรานี้จะอุทธรณ์การประเมินก็ได้

(พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2494 ใช้บังคับสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีเริ่มในหรือหลัง 25 เม.ย. 2494 เป็นต้นไป)

第76条之二 根据外国法律设立的公司或法人合伙,若在泰国境内从事经营活动并设有雇员、代理人或联络人,且因此在泰国境内获得应税所得或利润,应视为该公司或法人合伙在泰国境内从事经营活动,并应视为该等雇员、代理人或联络人(不论是自然人还是法人)为该根据外国法律设立的公司或法人合伙之代理人,且该等人员有义务并承担责任,根据本部分之规定,仅就上述应税所得或利润进行纳税申报及缴纳税款。

在第一款所述的情况下,若负有纳税申报及缴纳税款义务与责任的人员无法根据本部分之规定计算净利润以缴纳税款,则比照适用关于第71条(1)项下税收评定的规定。

对于根据本条规定进行的评定,可以进行复议。

(经1951年法案(第8号)修订,自1951年4月25日或之后开始的会计期间起施行)

第 76之三 条

มาตรา 76 ตรี บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ใช้เงินตราสกุลอื่นนอกจากเงินตราไทยตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษาเป็นสกุลเงินที่ใช้ในการดำเนินงาน จะแจ้งต่ออธิบดีเพื่อใช้เงินตราสกุลดังกล่าวในการจัดทำบัญชีงบดุล บัญชีทำการ และบัญชีกำไรขาดทุน หรือบัญชีรายรับก่อนหักรายจ่าย รวมถึงการคำนวณกำไรสุทธิหรือยอดรายรับก่อนหักรายจ่ายใด ๆ และการคำนวณจำนวนภาษีเงินได้ที่ต้องเสียก็ได้

(ประกาศกระทรวงการคลัง เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 392)ฯ)

เมื่อบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลได้แจ้งต่ออธิบดีแล้ว ให้ใช้เงินตราสกุลที่ใช้ในการดำเนินงานนั้น เพื่อการตามวรรคหนึ่งตั้งแต่วันแรกของรอบระยะเวลาบัญชีที่ได้แจ้ง และต้องใช้ตลอดไปจนกว่าจะได้รับอนุมัติจากอธิบดีจึงจะเปลี่ยนแปลงได้

การแจ้งตามวรรคหนึ่งและการอนุมัติตามวรรคสอง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่อธิบดีประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา

การประเมินเงินภาษีและการแจ้งจำนวนภาษีที่ต้องชำระ ต้องชำระเพิ่มเติม หรือได้รับคืน รวมทั้งการคำนวณเบี้ยปรับหรือเงินเพิ่ม และการปฏิบัติการอื่นใดของเจ้าพนักงานประเมินกับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ใช้เงินตราสกุลอื่นนอกจากเงินตราไทยเป็นสกุลเงินที่ใช้ในการดำเนินงาน ให้ดำเนินการโดยใช้เงินตราสกุลที่ใช้ในการดำเนินงานของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้น

第76条之三 公司或法人合伙若使用财政部长在政府公报中公告规定的、非泰铢的其他货币作为经营使用的货币,可通知税务厅厅长,以便使用该种货币编制资产负债表、损益表及利润表,或收入减支出前之收支账,包括计算净利润或收入减支出前的任何收入总额,以及计算应缴纳的企业所得税金额。

第76/3条 公司或法人合伙若使用财政部长在政府公报中公告规定的、非泰铢的其他货币作为经营使用的货币,可通知税务厅厅长,以便使用该种货币编制资产负债表、损益表及利润表,或收入减支出前之收支账,包括计算净利润或收入减支出前的任何收入总额,以及计算应缴纳的企业所得税金额。

(财政部关于所得税的公告 (第392号) 等)

当公司或法人合伙已通知税务厅厅长后,应自通知之会计期间的第一日起,使用该经营使用的货币进行第一款所述之事项,且必须持续使用,直至获得税务厅厅长批准后方可变更。

第一款所述之通知及第二款所述之批准,应按照税务厅厅长在政府公报中公告规定的标准与方法进行。

对于使用非泰铢的其他货币作为经营使用的货币之公司或法人合伙,其税款评定及应缴税额、须补缴或应退还税额之通知,包括罚款或滞纳金之计算,以及评税官对该公司或法人合伙之任何其他操作,均应使用该公司或法人合伙之经营使用的货币进行。

第 76之四 条

มาตรา 76 จัตวา เมื่อบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ใช้เงินตราสกุลอื่นนอกจากเงินตราไทยเป็นสกุลเงินที่ใช้ในการดำเนินงาน ได้แจ้งหรือได้รับอนุมัติจากอธิบดีตามมาตรา 76 ตรี แล้ว ในการคำนวณค่าหรือราคาของเงินตรา ทรัพย์สิน หนี้สิน และรายการอื่น ๆ ในงบการเงิน ในวันสิ้นรอบระยะเวลาบัญชีก่อนรอบระยะเวลาบัญชีที่ใช้สกุลเงินอื่นนอกจากเงินตราไทยเป็นสกุลเงินที่ใช้ในการดำเนินงาน หรือจากการเปลี่ยนแปลงสกุลเงินที่ใช้ในการดำเนินงาน และบรรดารายการอื่นใดรวมทั้งผลขาดทุนสุทธิตามมาตรา 65 ตรี (12) ที่ใช้ในการคำนวณภาษีเงินได้ที่เหลืออยู่ ณ วันนั้น ให้คำนวณค่าหรือราคาเป็นสกุลเงินที่ใช้ในการดำเนินงานดังนี้

第76条之四 当使用泰铢以外的其他货币作为经营货币的公司或法人合伙已根据第76条之三向税务厅厅长申报或获得其批准后,在以泰铢以外的其他货币作为经营货币的会计期间之前的会计期间结束日,或在变更经营货币之日,计算财务报表中的货币、资产、负债及其他项目的价值或价格,以及用于计算当日剩余应税所得的所有其他项目,包括第65条之三

(12) 项下的净亏损,应按以下经营货币的价值或价格进行计算:

(1) เงินตรา ทรัพย์สิน หนี้สิน และรายการอื่น ๆ ในงบการเงิน ให้คำนวณค่าหรือราคาตามหลักเกณฑ์ตามวิชาการบัญชีตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา

(1) 财务报表中的货币、资产、负债及其他项目,应按照财政部长在政府公报中公告规定的会计准则、标准、方法及条件进行价值或价格计算。

(ประกาศกระทรวงการคลัง เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 393)ฯ)

(财政部关于所得税的部级条例 (第393号) 等)

(2) บรรดารายการอื่นใดรวมทั้งผลขาดทุนสุทธิตามมาตรา 65 ตรี (12) ที่ใช้ในการคำนวณภาษีเงินได้ ให้คำนวณค่าหรือราคาตามอัตราถัวเฉลี่ยระหว่างอัตราซื้อและอัตราขายของธนาคารพาณิชย์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยได้คำนวณไว้ในวันสิ้นรอบระยะเวลาบัญชีก่อนรอบระยะเวลาบัญชีที่ใช้สกุลเงินอื่นนอกจากเงินตราไทยเป็นสกุลเงินที่ใช้ในการดำเนินงาน หรือของรอบระยะเวลาบัญชีก่อนที่ได้รับอนุมัติให้เปลี่ยนแปลงสกุลเงินที่ใช้ในการดำเนินงาน แล้วแต่กรณี

(2) 用于计算所得税的所有其他项目,包括第65条之三

(12) 项下的净亏损,应按商业银行买入价与卖出价之间的平均汇率进行价值或价格计算,该汇率由泰国银行在以泰铢以外的其他货币作为经营货币的会计期间之前的会计期间结束日,或在获准变更经营货币之前的会计期间结束日(视情况而定)计算得出。

第 76之五 条

มาตรา 76 เบญจ มิให้นำมาตรา 65 ทวิ (5) มาใช้บังคับกับการคำนวณค่าหรือราคาของเงินตรา ทรัพย์สิน หรือหนี้สินของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ใช้เงินตราสกุลอื่นเป็นสกุลเงินที่ใช้ในการดำเนินงานตามมาตรา 76 ตรี แต่ให้คำนวณค่าหรือราคาของเงินตรา ทรัพย์สิน หรือหนี้สินดังกล่าวเป็นสกุลเงินที่ใช้ในการดำเนินงานดังนี้

(1) การคำนวณค่าหรือราคาของเงินตรา ทรัพย์สิน หรือหนี้สินที่เหลืออยู่ในวันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชี ให้เลือกใช้วิธีการคำนวณอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้

(ก) ใช้อัตราถัวเฉลี่ยระหว่างอัตราซื้อและอัตราขายของธนาคารพาณิชย์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยได้คำนวณไว้ แต่ในกรณีมีส่วนใดที่ไม่อาจคำนวณตามอัตราดังกล่าว ให้ขออนุมัติต่ออธิบดีเพื่อใช้อัตราอื่นเฉพาะส่วนนั้นได้

(ข) ใช้วิธีการอื่นซึ่งสอดคล้องกับหลักเกณฑ์ตามวิชาการบัญชีตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา

เมื่อใช้วิธีการใดในการคำนวณค่าหรือราคาดังกล่าวแล้ว ให้ใช้วิธีการนั้นตลอดไป เว้นแต่จะได้รับอนุมัติจากอธิบดีจึงจะเปลี่ยนแปลงได้

第76条之五 不得将第65条之二

การขอและการอนุมัติให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่อธิบดีประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา

(ประกาศกระทรวงการคลัง เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 393)ฯ)

(2) การคำนวณค่าหรือราคาของเงินตรา ทรัพย์สิน หรือหนี้สินที่รับมาหรือจ่ายไปในระหว่างรอบระยะเวลาบัญชี ให้คำนวณค่าหรือราคาตามราคาตลาดในวันที่รับมาหรือจ่ายไปนั้น

(5) 项适用于以第76/3条规定的其他货币作为经营货币的公司或法人合伙之货币、资产或负债的价值或价格的计算,但应按如下经营货币计算该等货币、资产或负债的价值或价格:

第76/5条 不得将第65条之二

(5) 项适用于以第76/3条规定的其他货币作为经营货币的公司或法人合伙之货币、资产或负债的价值或价格的计算,但应按如下经营货币计算该等货币、资产或负债的价值或价格:

(1) 会计期间最后一日剩余货币、资产或负债的价值或价格的计算,应选择使用下列任一计算方法:

(a) 使用由泰国银行计算的商业银行买入价与卖出价之间的平均汇率,但若有任何部分无法按该汇率计算,可向税务厅厅长申请批准,就该特定部分使用其他汇率。

(b) 使用符合会计准则的其他方法,且须符合财政部长在政府公报中公告规定的标准、方法及条件。

一旦采用某种方法计算该等价值或价格,则应一直使用该方法,除非获得税务厅厅长批准方可变更。

申请及批准应按照税务厅厅长在政府公报中公告规定的标准及方法进行。

(财政部关于所得税的部级条例 (第393号) 等)

(2) 会计期间内收到的或支付的货币、资产或负债的价值或价格的计算,应按收到或支付当日的市场价格计算其价值或价格。

第 76之六 条

มาตรา 76 ฉ การชำระภาษีตามมาตรา 67 ทวิ และมาตรา 68 และการคืนเงินภาษีในกรณีของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ใช้เงินตราสกุลอื่นเป็นสกุลเงินที่ใช้ในการดำเนินงานตามมาตรา 76 ตรี ให้ใช้เงินตราไทย โดยให้คำนวณค่าตามอัตราถัวเฉลี่ยระหว่างอัตราซื้อและอัตราขายของธนาคารพาณิชย์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยได้คำนวณไว้ในวันทำการสุดท้ายก่อนวันชำระภาษีหรือก่อนวันที่ผู้มีอำนาจอนุมัติให้คืนเงินภาษี

第76条之六 根据第67条之二及第68条进行纳税,以及在根据第76条之三使用其他货币作为经营货币的公司或法人合伙退还税款的情况下,应使用泰铢,其价值应按泰国银行在纳税日前或授权退税人批准退税日前最后一个工作日所计算的商业银行买入价与卖出价的平均汇率进行计算

第 76之七 条

มาตรา 76 สัตต ผลกำไรหรือขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงสกุลเงินที่ใช้ในการดำเนินงาน หรือจากการคำนวณค่าของสกุลเงินที่ใช้ในการดำเนินงานเป็นเงินตราไทยเพื่อชำระภาษีของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ใช้เงินตราสกุลอื่นเป็นสกุลเงินที่ใช้ในการดำเนินงานตามมาตรา 76 ตรี ไม่ให้ถือเป็นรายได้หรือรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิหรือขาดทุนสุทธิ

(แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 50) พ.ศ. 2562 ให้ใช้บังคับสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีที่เริ่มในหรือหลังวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2562 เป็นต้นไป)

第76条之七 因经营使用货币变更,或因根据第76条之三将经营使用货币折算为泰铢以缴纳公司或法人合伙税款而产生的汇兑损益,不应视为计算净利润或净亏损时的收入或支出

(经2019年税法典修订法案(第50号)修订, 适用于2019年1月1日或之后开始的会计期间)

返回目录 · 来源:泰国税务厅 rd.go.th · 本页更新日期 2026-10-05