第2章 评定税的征收程序:申诉与罚则
税法典 · 第2编 税务厅征收的税种 · หมวด 2 วิธีการเกี่ยวแก่ภาษีอากรประเมิน (มาตรา 28–37) · 第 28–37之三 条
第 28 条
มาตรา 28 การอุทธรณ์นั้น ให้อุทธรณ์ตามแบบที่อธิบดีกำหนด
第28条 复议应按照税务厅厅长规定的格式进行
第 29 条
มาตรา 29 ในการอุทธรณ์การประเมินภาษีอากรที่อำเภอมีหน้าที่ประเมิน ให้อุทธรณ์ได้ตามเกณฑ์และวิธีการดังต่อไปนี้
第29条 对于由县级税务机关负责评定的税收评定,应按照下列标准和方法进行复议
(1) ให้อุทธรณ์การประเมินของอำเภอต่อเจ้าพนักงานประเมินภายในกำหนด 15 วัน นับแต่วันได้รับแจ้งการประเมิน
(1) 应在收到评定通知之日起15日内,就县级税务机关的评定向评税官提出复议
(2) เว้นแต่ในกรณีห้ามอุทธรณ์ตามความในมาตรา 21 หรือมาตรา 25 ให้อุทธรณ์การประเมินของเจ้าพนักงานประเมินต่อผู้ว่าราชการจังหวัดภายในกำหนดสิบห้าวัน นับแต่วันได้รับแจ้งคำวินิจฉัยอุทธรณ์ หรือรับแจ้งการประเมินตามความในมาตรา 18 ทวิ มาตรา 20 หรือ มาตรา 24
(พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 12) พ.ศ. 2497 ใช้บังคับ 13 ต.ค. 2497 เป็นต้นไป)
(2) 除根据第21条或第25条规定禁止复议的情况外,应在收到复议裁定通知之日,或根据第18条之二、第20条或第24条规定收到评定通知之日起十五日内,就评税官的评定向省级行政长官提出复议
(经1954年法案(第12号)修订,自1954年10月13日起施行)
(3) เว้นแต่ในกรณีห้ามอุทธรณ์ตามมาตรา 33 ให้อุทธรณ์คำวินิจฉัยอุทธรณ์ของข้าหลวงประจำจังหวัดต่อศาลภายในกำหนด 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำวินิจฉัยอุทธรณ์
(3) 除根据第33条规定禁止复议的情况外,应在收到复议裁定通知之日起15日内,就省级行政长官的复议裁定向法院提起诉讼
第 30 条
มาตรา 30 ในการอุทธรณ์การประเมินภาษีอากรที่อำเภอไม่มีหน้าที่ประเมิน ให้อุทธรณ์ภายในกำหนดเวลาสามสิบวันนับแต่วันได้รับแจ้งการประเมิน โดยให้อุทธรณ์ตามเกณฑ์และวิธีการดังต่อไปนี้
第30条 对于非县级税务机关有权评定的税款评定,应在收到评定通知之日起三十日内提出复议,并应按照下列标准和方法进行复议:
(1) เว้นแต่ในกรณีห้ามอุทธรณ์ตามมาตรา 21 หรือมาตรา 25
(ก) ถ้าเจ้าพนักงานประเมินผู้ทำการประเมินมีสำนักงานอยู่ในเขตจังหวัดพระนครหรือจังหวัดธนบุรี ให้อุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ ซึ่งประกอบด้วยอธิบดีหรือผู้แทน ผู้แทนกรมอัยการและผู้แทนกรมมหาดไทย
(ข) ถ้าเจ้าพนักงานประเมินผู้ทำการประเมินมีสำนักงานอยู่ในเขตจังหวัดอื่น ให้อุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ ซึ่งประกอบด้วยผู้ว่าราชการจังหวัดหรือผู้แทน สรรพากรเขตหรือผู้แทน และอัยการจังหวัดหรือผู้แทน
(1) 除根据第21条或第25条规定禁止复议的情况外:
(a) 若进行评定的评税官其办公室位于曼谷府或吞武里府辖区内,应向复议委员会提出复议,该委员会由税务厅厅长或其代表、检察署代表及内政部代表组成;
(b) 若进行评定的评税官其办公室位于其他府辖区内,应向复议委员会提出复议,该委员会由省级行政长官或其代表、区域税务厅厅长或其代表及省级检察官或其代表组成;
(2) เว้นแต่ในกรณีห้ามอุทธรณ์ตามมาตรา 33 ให้อุทธรณ์คำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ต่อศาลภายในกำหนดเวลาสามสิบวันนับแต่วันได้รับแจ้งคำวินิจฉัยอุทธรณ์
(พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 16) พ.ศ. 2502 ใช้บังคับ 5 พ.ย. 2502 เป็นต้นไป)
คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ตาม (ก) จะมีหลายคณะก็ได้
(พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 12) พ.ศ. 2526 ใช้บังคับ 29 พ.ย. 2526 เป็นต้นไป)
(2) 除根据第33条规定禁止复议的情况外,应在收到复议裁定通知之日起三十日内,向法院对复议委员会的复议裁定提出上诉。
(经1959年法案(第16号)修订,自1959年11月5日起施行)
根据(a)项设立的复议委员会可以设立多个。
(经1983年紧急法令(第12号)修订,自1983年11月29日起施行)
第 31 条
มาตรา 31 การอุทธรณ์ไม่เป็นการทุเลาการเสียภาษีอากร ถ้าไม่เสียภาษีอากรภายในเวลาที่กฎหมายกำหนดให้ถือเป็นภาษีอากรค้างตามมาตรา 12 เว้นแต่กรณีที่ผู้อุทธรณ์ได้รับอนุมัติจากอธิบดีให้รอคำวินิจฉัยอุทธรณ์หรือคำพิพากษาได้ ก็ให้มีหน้าที่ชำระภายในสามสิบวันนับแต่วันได้รับแจ้งคำวินิจฉัยอุทธรณ์หรือได้รับทราบคำพิพากษาถึงที่สุด แล้วแต่กรณี
ในกรณีที่มีคำวินิจฉัยอุทธรณ์ให้เสียภาษีอากรเพิ่มขึ้น ผู้อุทธรณ์จะต้องชำระภายในกำหนดเวลาเช่นเดียวกับวรรคก่อน
(พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 18) พ.ศ. 2504 ใช้บังคับ 31 ส.ค. 2504 เป็นต้นไป)
第31条 复议不影响税款的缴纳。若未在法律规定的时间内缴纳税款,应视为根据第12条所规定的欠税,除非复议人已获得税务厅厅长批准可等待复议裁定或判决,则有义务在收到复议裁定通知之日或获悉终审判决之日起三十日内,视具体情况缴纳。
若复议裁定要求增加缴纳税款,复议人须在与前款相同的规定时间内进行缴纳。
(经1961年法案(第18号)修订,自1961年8月31日起施行)
第 32 条
มาตรา 32 เพื่อการวินิจฉัยอุทธรณ์ตามมาตรา 29 หรือมาตรา 30 เจ้าพนักงานประเมิน ผู้ว่าราชการจังหวัดหรือกรรมการในคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ แล้วแต่กรณี มีอำนาจออกหมายเรียกผู้อุทธรณ์มาไต่สวนออกหมายเรียกพยาน กับสั่งให้ผู้อุทธรณ์หรือพยานนั้นนำสมุดบัญชี หรือพยานหลักฐานอย่างอื่นอันควรแก่เรื่องมาแสดงได้ แต่ต้องให้เวลาล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสิบห้าวันนับแต่วันส่งหมาย
(พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 16) พ.ศ. 2502 ใช้บังคับ 5 พ.ย. 2502 เป็นต้นไป)
第32条 为了根据第29条或第30条进行复议裁定,评税官、省级行政长官或复议委员会委员,视情况而定,有权发出传唤上诉人的传票以进行调查,发出传唤证人的传票,并命令该上诉人或证人提交账簿或其他与案件相关的证据,但必须在送达传票之日起不少于十五天的提前通知期内进行。
(经1959年法案(第16号)修订,自1959年11月5日起施行)
第 33 条
มาตรา 33 ผู้อุทธรณ์คนใดไม่ปฏิบัติตามหมายเรียกหรือคำสั่งตามมาตรา 32 หรือไม่ยอมตอบคำถามเมื่อซักถาม โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร ผู้นั้นหมดสิทธิที่จะอุทธรณ์คำวินิจฉัยอุทธรณ์ต่อไป
(พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 16) พ.ศ. 2502 ใช้บังคับ 5 พ.ย. 2502 เป็นต้นไป)
第33条 任何复议人若无正当理由不遵守根据第32条发出的传票或命令,或在询问时拒绝回答问题,该人将丧失对复议裁定进一步复议的权利
(经1959年法案(第16号)修订,自1959年11月5日起施行)
第 34 条
มาตรา 34 คำวินิจฉัยอุทธรณ์ของผู้มีหน้าที่พิจารณาอุทธรณ์ตามมาตรา 29 หรือมาตรา 30 ให้ทำเป็นหนังสือและให้ส่งไปยังผู้อุทธรณ์
(พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 16) พ.ศ. 2502 ใช้บังคับ 5 พ.ย. 2502 เป็นต้นไป)
第34条 根据第29条或第30条负有复议职责之人的复议裁定,应以书面形式作出,并应送达至复议人
(经1959年法案(第16号)修订,自1959年11月5日起施行)
第 35 条
มาตรา 35 ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา 17 มาตรา 50 ทวิ มาตรา 51 หรือมาตรา 69 เว้นแต่จะแสดงว่าได้มีเหตุสุดวิสัย ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองพันบาท
(พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 41) พ.ศ. 2559 ใช้บังคับ 25 ก.พ. 2559 เป็นต้นไป)
第35条 任何人不遵守第17条、第50条之二、第51条或第69条之规定,除非能证明存在不可抗力因素,否则应处以不超过两千铢的罚款。
(经2016年法案(第41号)修订,自2016年2月25日起施行)
第 35之二 条
มาตรา 35 ทวิ ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 12 ทวิ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี และปรับไม่เกินสองแสนบาท
ในกรณีที่ผู้กระทำความผิดตามวรรคหนึ่งเป็นนิติบุคคล ถ้าการกระทำความผิดของนิติบุคคลนั้นเกิดจากการสั่งการหรือการกระทำของกรรมการ หรือผู้จัดการ หรือบุคคลใดซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของนิติบุคคลนั้น หรือในกรณีที่บุคคลดังกล่าวมีหน้าที่ต้องสั่งการหรือกระทำการและละเว้นไม่สั่งการหรือไม่กระทำการจนเป็นเหตุให้นิติบุคคลนั้นกระทำความผิด ผู้นั้นต้องรับโทษตามที่บัญญัติไว้ในวรรคหนึ่งด้วย
(แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติแห่งกฎหมาย ที่เกี่ยวกับความรับผิดในทางอาญาของผู้แทนนิติบุคคล พ.ศ.2560 ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2560 เป็นต้นไป)
第35条之二 任何人违反第12条之二者,处二年以下有期徒刑,并处二十万铢以下罚款
若第一款所述之违法行为人系法人,若该法人之违法行为系因董事、经理或该法人经营负责人之指令或行为所致,或在上述人员负有指令或行为之职责而怠于指令或不作为,致使该法人实施违法行为之情形,则该人员亦须承担第一款所规定之刑罚。
(经2017年关于法人代表刑事责任相关法律条款修订法案修订,自2017年2月12日起施行)
第 35之三 条
มาตรา 35 ตรี ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา 71 ตรี หรือยื่นรายงาน หรือเอกสารหรือหลักฐานตามมาตรา 71 ตรี โดยแสดงข้อมูลไม่ถูกต้องครบถ้วนโดยไม่มีเหตุอันสมควร ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองแสนบาท
(แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 47) พ.ศ. 2561 ให้ ใช้บังคับสำหรับเงินได้ของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลซึ่งรอบระยะเวลาบัญชีเริ่มในหรือหลังวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2562 เป็นต้นไป)
第35条之三 任何人不遵守第71条之三之规定,或根据第71条之三提交报告、文件或证据,且在无正当理由的情况下显示的信息不正确或不完整者,处以不超过二十万铢的罚款。
(经2018年修订税法典法案(第47号)修订,适用于会计期间自2019年1月1日起或之后开始的公司或法人合伙所得)
第 36 条
มาตรา 36 ผู้ใดโดยรู้อยู่แล้วหรือจงใจไม่ปฏิบัติตามหมายเรียกหรือคำสั่งของอธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายหรือสรรพากรจังหวัด เจ้าพนักงานประเมิน ผู้ว่าราชการจังหวัด หรือกรรมการ ที่ออกตามมาตรา 12 ตรี มาตรา 19 มาตรา 23 หรือมาตรา 32 หรือไม่ยอมตอบคำถามเมื่อซักถามต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินสองพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
(พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 11) พ.ศ. 2525 ใช้บังคับ 17 ต.ค. 2525 เป็นต้นไป)
第36条 任何人明知或故意不遵守税务厅厅长、税务厅厅长授权人员、省级税务官、评税官、省级行政长官或根据第12条之三、第19条、第23条或第32条所设立的委员会所发出的传票或命令,或在询问时拒绝回答问题者,处一个月以下有期徒刑,或两千铢以下罚款,或两者并罚。
(经1982年紧急法令(第11号)修订,自1982年10月17日起施行)
第 37 条
มาตรา 37 ผู้ใดกระทำการดังต่อไปนี้ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามเดือนถึงเจ็ดปีและปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงสองแสนบาท
第37条 任何人实施下列行为,应处以三月至七年有期徒刑,并处二千铢至二十万铢罚金
(1) โดยเจตนาแจ้งข้อความเท็จ หรือให้ถ้อยคำเท็จ หรือตอบคำถามด้วยถ้อยคำอันเป็นเท็จหรือนำพยานหลักฐานเท็จมาแสดง เพื่อหลีกเลี่ยงการเสียภาษีอากรหรือเพื่อขอคืนภาษีอากรตามลักษณะนี้ หรือ
(1) 故意提供虚假信息、提供虚假陈述、以虚假言辞回答问题或出示虚假证据,以规避缴纳税款或申请退还此类税款,或
(2) โดยความเท็จ โดยฉ้อโกงหรืออุบาย หรือโดยวิธีการอื่นใดทำนองเดียวกัน หลีกเลี่ยงหรือพยายามหลีกเลี่ยงการเสียภาษีอากรหรือขอคืนภาษีอากรตามลักษณะนี้
(พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 41) พ.ศ.2559 ใช้บังคับ 25 ก.พ. 2559 เป็นต้นไป)
(2) 通过虚假、欺诈、诡计或任何类似的其他方式,规避或企图规避缴纳税款或申请退还此类税款
(经2016年法案(第41号)修订,自2016年2月25日起施行)
第 37之二 条
มาตรา 37 ทวิ ผู้ใดโดยเจตนาไม่ยื่นรายการที่ต้องยื่นตามลักษณะนี้ เพื่อหลีกเลี่ยงการเสียภาษีอากร ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
(พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 41) พ.ศ. 2559 ใช้บังคับ 25 ก.พ. 2559 เป็นต้นไป)
第37条之二 任何人蓄意不提交本法典规定须提交的申报事项,以规避缴纳税款者,处一年以下有期徒刑,或二十万铢以下罚款,或两者并罚。
(经2016年法案(第41号)修订,自2016年2月25日起施行)
第 37之三 条
มาตรา 37 ตรี ความผิดตามมาตรา 37 มาตรา 37 ทวิ หรือมาตรา 90/4 ที่ผู้กระทำความผิดเป็นผู้มีหน้าที่เสียภาษีอากรหรือนำส่งภาษีอากร และเป็นความผิดที่เกี่ยวกับจำนวนภาษีอากรที่หลีกเลี่ยงหรือฉ้อโกงตั้งแต่สิบล้านบาทต่อปีภาษีขึ้นไป หรือจำนวนภาษีอากรที่ขอคืนโดยความเท็จ โดยฉ้อโกงหรืออุบาย หรือโดยวิธีการอื่นใดทำนองเดียวกัน ตั้งแต่สองล้านบาทต่อปีภาษีขึ้นไป และผู้มีหน้าที่เสียภาษีอากรหรือนำส่งภาษีอากรดังกล่าวได้กระทำในลักษณะที่เป็นกระบวนการหรือเป็นเครือข่ายโดยสร้างธุรกรรมอันเป็นเท็จหรือปกปิดเงินได้พึงประเมินหรือรายได้ เพื่อหลีกเลี่ยงหรือฉ้อโกงภาษีอากร และมีพฤติกรรมปกปิดหรือซ้อนเร้นทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด เพื่อมิให้ติดตามทรัพย์สินนั้นได้ ให้ถือว่าความผิดดังกล่าวเป็นความผิดมูลฐานตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน เมื่ออธิบดีโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการพิจารณากลั่นกรองความผิดทางภาษีอากรที่เข้าข่ายความผิดมูลฐานส่งข้อมูลที่เกี่ยวข้องให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินแล้ว ให้ดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินต่อไป
คณะกรรมการตามวรรคหนึ่งประกอบด้วยอธิบดี รองอธิบดีและที่ปรึกษากรมสรรพากรทุกคน
(พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 45) พ.ศ. 2560 ใช้บังคับ 2 เม.ย. 2560 เป็นต้นไป)
(สิ้นผลบังคับไปโดยคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่ 8/2564 ลงวันที่ 2 มิถุนายน 2564)
第37条之三 根据第37条、第37条之二或第90/4条之规定,若违法者为负有纳税或代扣代缴税款义务之人,且该违法行为涉及每年纳税年度逃避或欺诈税款金额达一千万泰铢及以上,或通过欺诈、诡计或其他类似手段虚假申请退税的税款金额每年纳税年度达两百万泰铢及以上,且上述负有纳税或代扣代缴税款义务之人以程序化或网络化方式实施,通过制造虚假交易或隐瞒应税所得或收入以逃避或欺诈税款,并具有隐匿或藏匿与违法行为相关的资产以致无法追踪该资产之行为,应视为根据反洗钱及预防犯罪法所规定的犯罪基本罪。当税务厅厅长经税务基本罪嫌疑税务违法审查委员会同意后,将相关信息发送至反洗钱及预防犯罪办公室,应继续根据反洗钱及预防犯罪法进行处理。
第一款所述委员会由税务厅厅长、副厅长及全体税务厅顾问组成。
(经2017年法案(第45号)修订,自2017年4月2日起施行)
(因2021年6月2日第8/2564号宪法法院裁定而失效)
返回目录 · 来源:泰国税务厅 rd.go.th · 本页更新日期 2026-10-05